visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1197 | >>

(ผู้เข้านิโรธสมาบัติ) นี้ แต่เป็นของใช้เกี่ยวเนื่องกับพระภิกษุต่างๆ อยู่ด้วย (เช่น) บาตร และจีวรก็ดี เตียงและตั่งก็ดี เคหะที่อยู่อาศัยก็ดี กิริยบริขารไรๆ อื่นก็ดี วัตถุนั้น จะไม่เสียหาย คือจะไม่พินาศไปด้วยไฟ (ไหม้) ด้วยน้ำ (พัดไป) ด้วยลม (ทำลาย) ด้วยโจร (ลักขโมย) และหนู (กัด) เป็นต้น ด้วยประการใด ภิกษุนั้นพึงอธิษฐานไว้ด้วยประการนั้น

ในการนั้น มีวิธีอธิษฐานดังนี้ว่า “ภายใน ๗ วันนี้ ขอตถสิ่งนี้และสิ่งนี้ (ระบุ ชื่อสิ่งของ) จงอย่าถูกไฟไหม้ จงอย่าถูกน้ำพัดไป จงอย่าถูกลมทำลาย จงอย่าถูกพวกโจรลัก จงอย่าถูกสัตว์มีหนูเป็นต้นกัด” ครั้นอธิษฐานอย่างนี้แล้ว จะไม่มีอันตรายไรๆ แก่วัตถุนั้นตลอด ๗ วัน แต่เมื่อพระภิกษุนั้นไม่อธิษฐานไว้ วัตถุจักพินาศไปด้วยไฟ เป็นต้น เหมือนของท่านมหานาคเถระ

เล่ากันว่า พระเถระเข้าไปบิณฑบาตในบ้านของอุบาสิกาผู้เป็นโยมมารดา อุบาสิกาถวายยาคูแล้วนิมนต์ให้ท่านนั่งในโรงฉัน พระเถระนั่งเข้านิโรธ เมื่อท่านนั่ง (เข้านิโรธ) อยู่นั้น โรงฉันถูกไฟไหม้ พระภิกษุนอกนั้นต่างถืออาสนะที่นั่งของตนๆ พากันหนีไป พวกชาวบ้านมาชุมนุมกัน ครั้นเห็นพระเถระก็พากันกล่าว (ตำหนิ) ว่า “พระสมณะขี้เกียจๆ” ไฟไหม้หญ้า (มุงหลังคา) ไหม้ไม้เฝือ และไหม้ไม้กระดาน ลุกล้อมรอบพระเถระ พวกชาวบ้านช่วยกันเอาหม้อตักน้ำมาดับไฟ แล้วนำเถ้าถ่านออกไปทำเป็นวงรอบ (พระเถระ) แล้วโปรยปรายดอกไม้ พากันยืนมนสิการอยู่ พระเถระออก (จากนิโรธ) ตามกาลเวลาที่ท่านกำหนดไว้ ครั้นเห็นพวกชาวบ้านเหล่านั้นก็คิดว่า “ฉันเกิดเป็นคนปราภขัตเสียแล้ว” จึงเหาะขึ้นสู่เวหาส ไปยังเกาะปิยังคุ

นี้ชื่อว่า เป็นการไม่ทำให้สิ่งของที่เนื่องด้วยพระภิกษุต่างๆ เสียหาย แต่วัตถุสิ่งใดที่เป็นของเกี่ยวเนื่องแต่ตนผู้เดียว จะเป็นผ้านุ่งและผ้าห่มก็ดี เป็นอาสนะสำหรับรองนั่งก็ดี กิด้วยการอธิษฐานในวัตถุสิ่งนั้นเป็นส่วนต่างหาก หามิได้ ท่านผู้เข้านิโรธจะคุ้มครองรักษาวัตถุสิ่งนั้นไว้ด้วยอำนาจ (ของนิโรธ) สมาบัตินั่นแล เหมือนอย่างของท่านพระสญีวะ อีกทั้งท่านได้กล่าวคำนี้ไว้ว่า “ฤทธิ์อื่นแผ่กระจายไปด้วยสมาธิของท่านพระสญีวะ ฤทธิ์อื่นแผ่กระจายไปด้วยสมาธิของท่านพระสารีบุตร” ดังนี้

๑ ดูเทียบ ขุ. ป. (ไทย) ๓๑/๑๒/๕๗๐

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka