visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1199 | >>

ยืนอยู่ในที่ใกล้พอที่พระภิกษุผู้เข้านิโรธนั้นจะได้ยิน แล้วเพียงแต่บอกว่า “พระบรมศาสดาทรงมีรับสั่งหาท่าน” ดังนี้เท่านั้นก็ออก (จากนิโรธ) เพราะว่าการทรงมีรับสั่งหาของพระบรมศาสดา เป็นการหนักอย่างนี้ เพราะฉะนั้น พระภิกษุผู้เข้านิโรธพึงรำลึกถึงการทรงมีรับสั่งหาของพระบรมศาสดานั้น แล้วเข้า (นิโรธ) โดยอาการที่จะออกได้เองนั้นเทียว

๔. กำหนดกาลเวลา

[๕๖๘] ข้อว่า “กำหนดกาลเวลา” หมายถึง กำหนดกาลเวลาของชีวิต เพราะว่าพระภิกษุนั้น ควรเป็นผู้ฉลาดอย่างยิ่งในการกำหนดกาลเวลา ต้องรำลึกดูก่อนว่า “อายุสังขารของตนจักเป็นไปได้ตลอด ๗ วัน (หรือ) จักไม่เป็นไป” แล้วจึงเข้า เพราะถ้าว่าไม่รำลึกถึงอายุสังขารที่จะดับไปภายใน ๗ วันก่อนแล้วเข้า (นิโรธ) ใช่รึ นิโรธสมาบัติของพระภิกษุนั้นก็มิสามารถป้องกันความตายได้ พระภิกษุนั้นต้องออกจากสมาบัติไปในระหว่างนั้นเอง เพราะความตายภายในนิโรธหามีไม่ เพราะฉะนั้น พระภิกษุผู้เข้านิโรธสมาบัติพึงรำลึกกำหนดกาลเวลา (ของชีวิต) ก่อนแล้วจึงเข้า เพราะว่าบุพพกิจข้ออื่นที่เหลือ (อีก ๓ อย่าง) แม้จะไม่นึกถึงก็ได้ แต่ว่ากำหนดกาลเวลา (ของชีวิต) นี้ ท่านว่า ต้องนึกถึงไว้โดยแท้

การเข้านิโรธสมาบัติ

[๕๖๙] พระภิกษุนั้นครั้นเข้าอากิญจัญญายตนะแล้วออก กระทำบุพพกิจ (๔) นี้ ดังกล่าวนั่นแล้ว จึงเข้าเนวสัญญานาสัญญายตนะ ครั้นแล้วก็มีกวารจิตไป ๑ หรือ ๒ วาระ แล้วเป็นผู้ไม่มีจิตสัมผัสนิโรธ (ความดับ)

ถามว่า “แต่เพราะเหตุไร จิตดวงๆ จึงของพระภิกษุ (ผู้เข้านิโรธ) นั้น จึงไม่เป็นไร” (ตอบว่า) “เพราะเป็นประโยคของนิโรธ” ความจริง การที่พระภิกษุนั้นกระทำธรรมคือสมถะและวิปัสสนา ๒ อย่างเทียบเข้าคู่กัน แล้วขึ้นสู่สมาบัติ ๘ นี้ เป็นประโยคของอนุปุพพนิโรธ (คือการดับไปของฌานมีปฐมฌานเป็นต้น และอนุปัสสนาทั้งหลายทั้งนั้นโดยลำดับ) หาใช่ประโยคของการเข้าเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติมิใช่ เพราะเหตุนี้ จิตทั้งหลาย (ของพระภิกษุนั้น) จึงไม่เป็นไปเกินจิต ๒ ดวง เพราะเป็นประโยคของนิโรธ แต่ว่าพระภิกษุใด ครั้นออกจากอากิญจัญญายตนะแล้ว

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka