ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
[๕๙๒] ก็แล ในวิสุทธิมรรคนั้น
วินิจฉัยแห่งอรรถทั้งหลาย ต่างโดยคุณมีศีลเป็นต้นเหล่านั้นใด เป็นวินิจฉัยที่ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถานัยแห่งนิกายทั้ง ๕ วินิจฉัยนั้นพ้นจากโทษคือความปะปนแห่งนิกายอื่นทั้งสิ้น ข้าพเจ้า นำเอาวินิจฉัยทั้งปวงนั้น มาประกาศไว้ เป็นส่วนมาก เหตุใด เพราะเหตุนั้น ความเอื้อเฟื้อในวิสุทธิมรรคนั้น พระโยคีทั้งหลาย ผู้มีปัญญาหมดจด ปรารถนาวิสุทธิ จึงควรทำแท้แล
[๕๙๓] ข้าพเจ้าผู้หวังความตั้งอยู่แห่งพระสัทธรรม ได้รับคำเชื้อเชิญจากท่านพระสังฆปาละ ผู้เกิดในวงศ์ของภิกษุชาวมหาวิหาร ซึ่งเป็นฝ่ายเถรวาท มีชื่อเสียงเป็นวิชชาชาติที่ประเสริฐสุด เป็นผู้มีความรู้เรื่อง มีความประพฤติสะอาด เป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ประกอบด้วยวินัยและอาจาระ ประกอบ(ความเพียร)ในการปฏิบัติมีใจประดับด้วยคุณ มีขันติ โสรัจจะและเมตตา เป็นต้น แล้วรจนาคัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้ขึ้น ได้รับกองบุญใดด้วยเดชแห่งกองบุญนั้น ขอสัตว์ทั้งปวงจงประสบสุขเถิด
[๕๙๔] คัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้แลจบลงโดยพระบาลี ๕๘ ภาณวาร โดยปราศจากอันตราย ในที่นี้ ฉันใด ขอมนุษย์ทั้งหลายที่ถึงความดีงามทุกอย่างของสัตวโลก จงปราศจากอันตรายสำเร็จโดยเร็วพลัน ฉันนั้นเหมือนกันเทอญ
[๕๙๕] พระเถระผู้ควรจะเรียกว่า โมรัณฑเขฎกะ มีนามโดยที่ครูทั้งหลายขนานนามให้ว่า “พุทธโฆสะ”
๑. ผู้ประดับด้วยศรัทธา พาหิ และวิริยะอันหมดจดอย่างยิ่ง
๒. ผู้เด่นด้วยคุณสมบัติ มีศีล อาจาระ อาชวะ และน้ำท่าจะ เป็นต้น
๓. ผู้สามารถในการหยั่งลงสู่ป่าชัฏ (ข้อวินิจฉัยที่ยุ่งยาก) ได้ทั้งในลัทธิฝ่ายตน และในลัทธิฝ่ายอื่น