ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
๔. อนึ่ง บุคคลใดในขณะทำกรรม อโลภะ อโทสะ อโมหะ เหตุทั้ง ๓ ประการมีกำลังมาก แต่โลภะ โทสะ โมหะมีกำลังอ่อน บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยเหตุเช่นนั้น ย่อมเป็นคนไม่ขี้โลภ ไม่ขี้โกรธ และมีปัญญาดี เหมือนพระมหากัจจายนะ โดยนัยต้นนั่นเทียว
อกุศลวาระและกุศลวาระนี้ ท่านฎีกาจารย์ให้อรรถกถาไว้ดังนี้ ก็แหละในอรรถกถานั้น ได้วาระ ๑๔ วาระ คือ ในฝ่ายอกุศลได้ ๗ วาระ ทั้งนี้ ด้วยอำนาจความมากหนาแห่งเหตุมีโลภเหตุเป็นต้น โดยจัดเป็นอย่างละหนึ่ง ๓ วาระ อย่างละสอง ๓ วาระ อย่างละสาม ๑ วาระ คือโลภวาระ ๑ โทสวาระ ๑ โมหะวาระ ๑ โลภะ โทสวาระ ๑ โลภะ โมหะวาระ ๑ โทสะ โมหะวาระ ๑ และโลภะ โทสะ โมหะวาระ ๑ ในฝ่ายกุศลก็ได้ ๗ วาระเหมือนกัน ทั้งนี้ด้วยอำนาจความมากหนาแห่งเหตุมีอโลภเหตุเป็นต้น โดยจัดเป็นอย่างละหนึ่ง ๓ วาระ อย่างละสอง ๓ วาระ อย่างละสาม ๑ วาระ คือ อโลภวาระ ๑ อโทสวาระ ๑ อโมหะวาระ ๑ อโลภะ อโทสวาระ ๑ อโลภะ อโมหะวาระ ๑ อโทสะ อโมหะวาระ ๑ อโลภะ อโทสะ อโมหะวาระ ๑
ใน ๑๔ วาระนั้น ท่านอรรถกถาจารย์แสดงเป็นเพียง ๘ วาระเท่านั้น โดยจัดวาระในฝ่ายอกุศลเป็น ๓ วาระ ในฝ่ายกุศลเป็น ๓ วาระ เข้าไว้ในภายในดังนี้ ในฝ่ายกุศลท่านถือเอาโทสสสหวาระด้วยวาระที่ ๓ ถือเอาโมหสสหวาระด้วยวาระที่ ๒ และถือเอาโทสโมหสสหวาระด้วยวาระที่ ๑ ซึ่งมาในอรรถกถานั้นว่า อโลภะ โทสะ อโมหะมีกำลังมาก, อโลภะ อโทสะ โมหะมีกำลังมาก, อโลภะ โทสะ โมหะมีกำลังมาก, ในฝ่ายอกุศลก็เหมือนกันท่านถือเอาโทสสสหวาระด้วยวาระที่ ๓ ถือเอาโมหสสหวาระด้วยวาระที่ ๒ และถือเอาโทสโมหสสหวาระด้วยวาระที่ ๑ ซึ่งมาในอรรถกถานั้นว่า โลภะ อโทสะ โมหะมีกำลังมาก, โลภะ โทสะ อโมหะมีกำลังมาก, โลภะ อโทสะ อโมหะมีกำลังมาก
ก็แหละ ในอรรถกถานั้น บุคคลใดที่ท่านอรรถกถากล่าวไว้ว่า เป็นคนขี้โลภ ดังนี้ บุคคลนั้นเป็นคนราคจริต บุคคลที่ขี้โกรธและบุคคลมีปัญญาอ่อน เป็นคน