ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
เมื่อชวนจิตแล่นไป 7 ขณะแล้ว วิถีจิตก็ดับไป ในลำดับนั้นวิบากมโนธาตุเกิดขึ้นทำปฏิจฉันนกิจ วิปากอเหตุกมโนวิญญาณธาตุเกิดขึ้นทำสันตีรณกิจ และกิริยาอเหตุกมโนวิญญาณธาตุเกิดขึ้นทำโวฏฐัพพนกิจ ต่อจากนั้นชวนจิตจึงแล่นไปตามลำดับ
แม้ในสมัยเหล่านั้น สังวรก็ดี อสังวรก็ดี ย่อมไม่มีในภวังคสมัย และย่อมไม่มีในอาวัชชนสมัยเป็นต้นสมัยใดสมัยหนึ่งเช่นกัน แต่ถ้าความทุศีล ความเผลอสติ ความไม่รู้ ความไม่อดทน หรือความเกียจคร้านเกิดขึ้นในขณะแห่งชวนจิต อสังวรก็ย่อมมีได้ และเมื่อมีอย่างนี้ ท่านเรียกว่า ความไม่สังวรในจักขุนทรีย์
เพราะเหตุว่า เมื่ออสังวรนั้นมี แม้ทวารที่ชื่อว่าเป็นอันไม่รักษาแล้ว ภวังคจิตก็ดี วิถีจิตทั้งหลายมีอาวัชชนจิตเป็นต้นก็ดี ย่อมเป็นอันไม่รักษาแล้วตลอดแนว เปรียบเหมือนนครมีประตูเมือง 4 ประตู แม้เรือนภายในจัดระเบียบเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าไม่ได้ปิดประตูเมือง โจรก็เข้าไปทำสิ่งที่ปรารถนาได้ ฉันใด เมื่อความทุศีลเป็นต้นเกิดขึ้นในขณะแห่งชวนะ แม้อินทรีย์ทั้งหลายก็ชื่อว่าไม่รักษาแล้ว ฉันนั้น
ในทางตรงกันข้าม เมื่อคุณทั้งหลายมีศีลเป็นต้นเกิดขึ้นในชวนะ แม้ทวารที่ชื่อว่าเป็นอันรักษาแล้ว ภวังคจิตและวิถีจิตทั้งหลายก็ชื่อว่าเป็นอันรักษาแล้ว เปรียบเหมือนเมื่อปิดประตูเมืองทั้ง 4 ประตูแล้ว สิ่งของทั้งมวลภายในเมืองก็ย่อมได้รับการคุ้มครอง ฉันใด อินทรีย์ทั้งหลายก็ย่อมได้รับการรักษา ฉันนั้น