ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
แล้วพึงทำให้เป็นเครื่องหมายร่วมกัน ทำให้เป็นอารมณ์ร่วมกัน ด้วยอำนาจแห่งวัตถุทั้งหลายมีก้อนหินโดยรอบเป็นต้น พึงกำหนดภาวะที่เป็นเองว่า ร่างนี้เป็นกระดูกแล้วพึงถือเอาซึ่งนิมิตโดยอาการ ๑๑ อย่าง ด้วยอำนาจสีเป็นต้นต่อไป
[๑๑๙] ก็แหละ เมื่อโยคีบุคคลดูกระดูก โดยสี ว่าขาว กระดูกนั้นก็จะไม่ปรากฏโดยเป็นสภาวะ ย่อมจะปนกับโอทาตกสิณคือกสิณสีขาวไปเสีย เพราะเหตุนั้น โยคีบุคคลพึงดูกระดูกโดยความเป็นของปฏิกูลเท่านั้น
คำว่า โดยเพศ ณ ที่นี้เป็นชื่อของอวัยวะมีมือเป็นต้น เพราะเหตุนั้น โดยเพศโยคีบุคคลพึงกำหนดด้วยสามารถแห่งมือ เท้า ศีรษะ หน้าอก แขน สะเอว ขาอ่อน และแข้ง
อนึ่ง โดยสัณฐาน พึงกำหนดด้วยสามารถแห่งความยาว ความสั้น ความกลม สี่เหลี่ยม ความเล็ก และความใหญ่
ทิศ และ โอกาส มีนัยดังที่พรรณนามาแล้วนั้นแล
โดยปริเฉท โยคีบุคคลพึงกำหนดด้วยสามารถแห่งที่สุดของกระดูกท่อนนั้น ๆ ในบรรดากระดูกเหล่านั้น ท่อนใดแลย่อมปรากฏเป็นอาการชัดแจ้ง พึงถือเอากระดูกท่อนนั้นจนบรรลุถึงซึ่งอัปปนาฌาน
อนึ่ง โดยที่เว้า และ โดยที่นูน โยคีบุคคลพึงกำหนดตามที่มันเว้าและที่มันนูนของกระดูกท่อนนั้น ๆ แม้จะพึงกำหนดด้วยอำนาจแห่งสถานที่ว่า เราอยู่ที่ลุ่ม กระดูกอยู่ที่ดอน เราอยู่ที่ดอน กระดูกอยู่ที่ลุ่ม ดังนี้ก็ได้
อนึ่ง โดยที่ต่อ โยคีบุคคลพึงกำหนดอำนาจแห่งที่ ๆ กระดูก ๒ ท่อนต่อกัน
โดยช่อง โยคีบุคคลพึงกำหนด ด้วยอำนาจแห่งช่องอันเป็นระหว่างของกระดูกทั้งหลายนั้นแล
อนึ่ง โดยรอบ ๆ อันโยคีบุคคลพึงส่องญาณไปในร่างกระดูกทั้งหมดนั้นแล แล้วกำหนดว่ากระดูกนี้อยู่ ณ ที่ตรงนี้