ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
การทำให้พิศวงด้วยอิริยาบถที่กระทำเพื่อประสงค์สรรเสริญของภิกษุผู้มีความปรารถนาลามกนั้น นักศึกษาพึงทราบว่า กุหนวัตถุที่อาศัยอิริยาบถ เหมือนอย่างที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า กุหนวัตถุคืออิริยาบถเป็นอย่างไร
ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ เป็นผู้มีความปรารถนาลามก ผู้อันความปรารถนาครอบงำแล้ว มีความประสงค์ความสรรเสริญ สำคัญว่า คนจักสรรเสริญเราด้วยอาการอย่างนี้ แล้วประจงเดิน ประจงยืน ประจงนั่ง ประจงนอน ตั้งใจแล้วจึงเดิน ตั้งใจแล้วจึงยืน ตั้งใจแล้วจึงนั่ง ตั้งใจแล้วจึงนอน เดินทำเป็นเหมือนคนมีจิตตั้งมั่น นั่งทำเป็นเหมือนคนมีจิตตั้งมั่น นอนทำเป็นเหมือนคนมีจิตตั้งมั่น ทำเป็นเหมือนเข้าฌานต่อหน้าคน
การส่อหน้า กิริยาส่อหน้า การหลอกลวง กิริยาหลอกลวง ภาวะที่หลอกลวง คือการวางท่า การตั้งท่า การแต่งท่าแห่งอิริยาบถเห็นปานฉะนี้ เรียกว่า กุหนวัตถุคืออิริยาบถ
ในบทเหล่านั้น บทว่า ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาเตน แปลว่า ด้วยกุหนวัตถุที่บัณฑิตกล่าวอย่างนี้ว่า การเสพปัจจัย อีกนัยหนึ่ง แปลว่า ด้วยกุหนวัตถุคือการเสพปัจจัย บทว่า สามนฺตชปฺปิเตน แปลว่า ด้วยการพูดกระซิบ บทว่า อิริยาปถสฺส วา แปลว่า หรือแห่งอิริยาบถ 4 บทว่า อฏฺฐปนา ความว่า การวางท่าไว้แต่ต้น หรือวางท่าไว้ด้วยความเชื่อเพื่อ บทว่า ฐปนา ได้แก่ อาการตั้งท่า บทว่า สณฺฐปนา ได้แก่ การแต่งท่า
คำอธิบายว่า การทำภาพให้เกิดความเลื่อมใส บทว่า ภากฏิกา คือการกระทำความส่อหน้าโดยแสดงถึงภาวะแห่งผู้เคร่งเครียดด้วยความเพียร อธิบายว่า เป็นผู้มีหน้าเคร่ง การกระทำความส่อหน้าเป็นปกติของภิกษุนั้น เหตุนั้นภิกษุนั้นชื่อว่า ภากฏิโก แปลว่า ผู้มีความส่อหน้าเป็นปกติ