ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ต้องกลัว โดยไม่ต้องละอาย ไฉนเล่า ? เจ้าว่าความตายนั้น อันไร้ความอายปราศจากความกลัว มุ่งแต่จะย่ำยีสัตว์ทุกถ้วนหน้า จักไม่มาครอบงำสัตว์เช่นเราเล่า
เมื่อพระโยคาวจรนั่น น้อมตนเข้าไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ซึ่งเพียบพร้อมด้วยความเป็นใหญ่ มีความเป็นผู้มียศใหญ่เป็นต้น โดยภาวะคือความเป็นผู้มีความตายเสมอกันอย่างนี้แล้ว ระลึกไปว่า ความตายจักมีแม้แก่เรา ดุจมีแก่สัตว์วิเศษเหล่านั้น ดังนี้ กัมมัฏฐานย่อมถึงอุปจารฌาน พระโยคาวจรระลึกถึงความตายโดยนำมาเปรียบเทียบ ด้วยประการฉะนี้
[๑๗๒] คำว่า โดยเป็นกายสาธารณะแก่หมู่หนอนจำนวนมาก มีอธิบายว่า กายนี่สาธารณะทั่วไปแก่สัตว์ทุกจำพวก คือ อันต้นแรกก็เป็นกายทั่วไปแก่หมู่หนอน ๘๐ ครอก ในหมู่หนอนเหล่านั้น พวกสัตว์ที่อาศัยผิวหนังก็กัดกินผิวหนัง จำพวกที่อาศัยหนังก็กัดกินหนัง จำพวกที่อาศัยเนื้อก็กัดกินเนื้อ จำพวกที่อาศัยเอ็นก็กัดกินเอ็น จำพวกที่อาศัยกระดูกก็กัดกินกระดูก จำพวกที่อาศัยเยื่อในกระดูกก็กัดกินเยื่อในกระดูก มันเกิด, แก่, ตาย, ถ่ายอุจจาระ, ปัสสาวะอยู่ในกายนั่นเอง และร่างกายก็บัว่าเป็นเรือนคลอด เป็นโรงพยาบาล เป็นสุสาน เป็นส้วม เป็นรางปัสสาวะของพวกมัน อันวาร่างกายนั้นนั่น เพราะความกำเริบแห่งหมู่หนอนแม้เหล่านั้น ก็ถึงซึ่งความตายได้ประการหนึ่งเป็นแท้
อนึ่ง กายนี้ย่อมทั่วไปแก่ปัจจัยแห่งความตาย เฉพาะที่เป็นภายในได้แก่โรคหลายชนิด และที่เป็นภายนอกได้แก่ยุงและแมลงป่องเป็นต้น เหมือนอย่างที่สาธารณะทั่วไปแก่หมู่หนอน ๘๐ ครอกฉะนั้น
อนึ่ง เปรียบดั่งอาวุธต่าง ๆ เช่นลูกศร หอกแทง หอกซัด และก้อนหินเป็นต้น อันมาแต่ทิศทั้งปวงตกประดังลงที่เข้าที่เข้าตั้งไว้ในหนทางใหญ่ ๔ แพร่ง ฉันใด อันตรายทุกอย่างย่อมตกประดังลง แม้ในกาย ก็ฉันนั้น กายนี้นั้น ย่อมถึงความตายเป็นเที่ยงแท้เพราะอันตรายเหล่านั้นตกประดังลง