ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
[๑๗๔] คำว่า โดยไม่มีเครื่องหมาย อธิบายว่า โดยความไม่มีขอบเขตกำหนด จริงอยู่
สภาวธรรม ๕ ประการนี้ คือ ชีวิต ๑ พยาธิ ๑ กาลเวลา ๑ สถานที่ทอดทิ้งกาย ๑ คติ ๑ ของเหล่าสัตว์ในชีวโลก ไม่มีเครื่องหมาย ใคร ๆ รู้ไม่ได้
ในสภาวธรรม ๕ ประการนั้น ธรรมดาว่าชีวิต ชื่อว่าไม่มีเครื่องหมาย เพราะไม่มีกำหนดว่า จะพึงเป็นอยู่ประมาณเท่านี้ ๆ ไม่เกินจากนี้ไปได้ จริงอยู่ สัตว์ทั้งหลายย่อมตายเสียแต่ในเวลาแรกเกิด เป็นกลละบ้างก็มี ในเวลาเป็นอัพพุทะน้ำที่ใสบ้าง เป็นชิ้นเนื้อเป็นแท่งอยู่ในครรภ์ได้ ๑ เดือน ๒ เดือน ๓ เดือน ๔ เดือน ๕ เดือน ๑๐ เดือนก็มี ในสมัยที่คลอดจากท้องก็มี เลยนั่นไปย่อมตายภายในร้อยปีบ้าง เกินร้อยปีไปบ้าง อย่างแน่แท้ แม้พยาธิ ก็ชื่อว่าไม่มีเครื่องหมาย เพราะความไม่มีกำหนดว่า สัตว์ทั้งหลายจะต้องตายด้วยความเจ็บป่วยชนิดนี้เท่านั้น จะไม่ตายด้วยความเจ็บป่วยชนิดอื่น ด้วยว่า สัตว์ทั้งหลายตายด้วยโรคตาก็มี ตายด้วยโรคหืด เป็นต้นชนิดใดชนิดหนึ่งก็มี แม้กาลเวลา ก็ชื่อว่าไม่มีเครื่องหมาย เพราะไม่มีกำหนดอย่างนี้ว่า จะต้องตายในเวลานี้เท่านั้น ไม่ตายในเวลาอื่น ด้วยว่า สัตว์ทั้งหลายตาย ในเวลาเช้าก็มี ตายในเวลาเที่ยงเป็นต้นเวลาใดเวลาหนึ่งก็มี แม้สถานที่ทอดทิ้งกาย ก็ชื่อว่าไม่มีเครื่องหมาย เพราะไม่มีกำหนดอย่างนี้ว่า สัตว์ทั้งหลายเมื่อจะตาย จะต้องทอดทิ้งร่างกายไว้ในที่นี้เท่านั้น ไม่ทอดทิ้งไปในที่อื่น ด้วยว่าอัตภาพของบุคคลซึ่งเกิดภายในบ้านทอดอยู่นอกบ้านก็มี ของผู้ที่เกิดนอกบ้านทอดอยู่ภายในบ้านก็มี โดยประการนั้น บัณฑิตพึงให้พิสดารโดยประการเป็นอันมาก อัตภาพของสัตว์เหล่านั้น ที่เกิดบนบกตกไปในน้ำหรืออัตภาพของสัตว์ที่เกิดในน้ำตกไปบนบกดังนี้เป็นต้น แม้คติ ก็ชื่อว่าไม่มีเครื่องหมาย เพราะไม่มีกำหนดอย่างนี้ว่า อันสัตว์ผู้จุติจากคตินี้แล้ว จะต้องไปบังเกิดในคตินี้ ด้วยว่า สัตว์ทั้งหลายจุติจากเทวโลกแล้วไปบังเกิดในพวกมนุษย์ก็มี จุติจากมนุษยโลกแล้วไปบังเกิดในเทวโลกเป็นต้น โลกใดโลกหนึ่งก็มี ชาวโลกย่อมหมุนเวียนไปในคติทั้ง ๔ เหมือนโคที่เราเทียมไว้ในยตินะนั้น ด้วยประการฉะนี้แล พระโยคาวจรพึงตามระลึกถึงความตายโดยไม่มีนิมิตเครื่องหมาย ดังที่ว่ามานี้แล