visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 418 | >>

แห่งคนเหล่านั้น รอยของคนที่มา ๆ ย่อมจะปรากฏ เมื่อนั้นกิจด้วยเครื่องหมายหามีไม่ คนทั้งหลายย่อมไปอาบและดื่มได้ทุกขณะที่ต้องการ ฉะนั้น

๖. มนสิการโดยละลำดับ

คำว่า มนสิการโดยละลำดับ ความว่า พระโยคาวจรเมื่อส่วนที่ไม่ปรากฏชื่อว่าพึงมนสิการไปโดยลำดับ เพราะเมื่อพระโยคาวจรผู้เริ่มบำเพ็ญเพียร มนสิการว่าเกสา มนสิการก็จะดำเนินไปรวดส่วนสุดคือมตรรที่เดียว และเมื่อมนสิการว่ามตร มนสิการก็จะดำเนินไปรวดส่วนเบื้องต้นคือเกสานี้เหมือนกัน ครั้นมนสิการไป ๆ บางส่วนปรากฏ บางส่วนไม่ปรากฏ เธอพึงทำบริกรรมในส่วนที่ปรากฏ จนกระทั่งเมื่อปรากฏทั้ง ๒ ส่วน ส่วนใดในบรรดาทั้ง ๒ ส่วนนั้น ปรากฏชัดกว่า ก็เมื่อมนสิการแต่ส่วนเฉพาะที่ปรากฏชัดกว่านั้นบ่อย ๆ เข้า พึงทำอัปปนาให้เกิดขึ้น ข้อนั้นมีอุปมาดังต่อไปนี้

เปรียบเหมือนนายพรานคนหนึ่งใครจะจับลิงซึ่งอยู่ในดงตาล อันมีต้นตาล ๓๒ ต้น พึงใช้ลูกศรยิงใบตาลที่ยื่นอยู่ในอันดับแรกแล้วพึงทำการตะเพิด ครั้นลิงนั้นโดดไปในต้นตาลนั้น ๆ โดยลำดับถึงต้นสุดท้ายทีเดียว เมื่อนายพรานไปทำเหมือนอย่างนั้นแม้ในต้นตาลต้นสุดท้ายนั้น ลิงพึงมายังต้นตาลต้นแรกตามนัยนั้นแล้วอีก มันกลับไปกลับมาอย่างนี้บ่อย ๆ เข้า ก็จะพึงโผล่แต่ในที่ ๆ นายพรานทำเสียงตะเพิดไล่เท่านั้น แล้วไป ๆ ก็จะหมอบอยู่ที่ต้นตาลต้นหนึ่ง ยืดยอดตาลคมอันสะอาดตรงกลางต้นนั้นไว้มั่น แม้ลูกยิงก็ไม่โผล่ ฉันใด คำอุปมาข้อย่อมอุปมาให้ถึงพร้อมก็พึงเห็น ฉันนั้นนี่เป็นคำเทียบอุปไมยอุปมาในข้อนั้น

ส่วน ๓๒ ในภายในนี้เปรียบเสมือนต้นตาล ๓๒ ต้น จิตเหมือนลิง พระโยคาวจรเหมือนนายพราน การที่จิตของพระโยคีท่องเที่ยวไปในกายอันมีส่วน ๓๒ ส่วนโดยเป็นอารมณ์เหมือนการที่ลิงอาศัยอยู่ในดงตาลอันมีต้นตาล ๓๒ ต้น การที่พระโยคีเริ่มมนสิการว่า เกสา แล้วจิตดำเนินไปหยุดลงที่ส่วนสุดทีเดียว เหมือนการที่เมื่อนายพรานใช้ศรยิงใบตาลต้นที่ยื่นอยู่ต้นแรกแล้วทำเสียงตะเพิด ลิงก็โผนไปที่ต้นตาลนั้น ๆ จนถึงต้นสุดท้าย แม้ในเที่ยวกลับอีกก็นัยเดียวกัน การที่เมื่อพระโยคาวจรมนสิการบ่อย ๆ เข้า ครั้นส่วนบางเหล่าไม่ปรากฏบางเหล่าปรากฏ ก็ปล่อยส่วนทั้งหลายที่ไม่ปรากฏ ทำบริกรรมในส่วนทั้งหลายที่ปรากฏเหมือนการที่ลิงโผนไปตามลำดับ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka