visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 420 | >>

อธิจิตตสูตร

ใน ๓ สูตรนั้น สูตรที่มีความดังนี้ว่า ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบอธิจิตต้องมนสิการถึงนิมิต ๓ ตามกาลอันควร คือต้องมนสิการถึงสมาธินิมิตตามกาลอันควร ต้องมนสิการถึงอุคคหนิมิตตามกาลอันควร ต้องมนสิการถึงอุเบกขานิมิตตามกาลอันควร ภิกษุทั้งหลาย ถ้าว่าภิกษุผู้ประกอบอธิจิตพึงมนสิการถึงเฉพาะสมาธินิมิตโดยส่วนเดียว ย่อมเป็นฐานะที่จะมีได้ที่จิตจะพึงเป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน ถ้าภิกษุผู้ประกอบอธิจิตพึงมนสิการถึงเฉพาะอุคคหนิมิตโดยส่วนเดียว ย่อมเป็นไปได้ที่จิตจะพึงเป็นไปเพื่อความฟุ้งซ่านเสีย ถ้าภิกษุผู้ประกอบอธิจิตพึงมนสิการถึงอุเบกขานิมิตโดยส่วนเดียวเท่านั้น ย่อมเป็นฐานะที่จะมีได้ที่จิตจะไม่พึงตั้งมั่นโดยชอบเพื่อสิ้นอาสวะทั้งหลาย แต่เมื่อภิกษุผู้ประกอบอธิจิต มนสิการถึงสมาธินิมิต อุคคหนิมิต อุเบกขานิมิตตามกาลอันควร จิตนั้นจึงจะเป็นจิตอ่อน ควรแก่การงาน เป็นจิตผ่องใสและไม่แตกซ่าน ตั้งมั่นโดยชอบเพื่อสิ้นอาสวะทั้งหลาย

เปรียบเหมือนช่างทองหรือลูกมือของช่างทองก่อเป่า ครั้นก่อเป่าแล้วก็สูบเป่า ครั้นสูบเป่าแล้วใช้คีมจับทองวางลงไปในเบ้า แล้วเป่าไปตามกาลอันควร ประพรมน้ำตามกาลอันควร เพ่งดูอยู่เฉย ๆ ตามกาลอันควร ภิกษุทั้งหลาย ถ้าว่าช่างทองก็ดีตาม ลูกมือช่างทองก็ตาม ถึงจะเป่าทองนั้นไปอย่างเดียว ย่อมเป็นฐานะที่จะพึงมีได้ ที่ทองนั้นจะพึงไหม้ไป หากช่างทองก็ตามลูกมือของช่างทองก็ตามประพรมน้ำทองนั้นไปเท่าเดียว ย่อมเป็นไปได้ที่ทองนั้นจะพึงเย็นเสีย หากช่างทองก็ตามลูกมือช่างทองก็ดี ตามเพ่งดูทองนั้นอยู่เฉย ๆ ไปอย่างเดียว ย่อมเป็นไปได้ที่ทองนั้นจะไม่มีจิตซึ่งความสุกปลั่ง ต่อเมื่อช่างทองก็ดี ลูกมือของช่างทองก็ดี เป่าทองนั้นตามกาลอันควรประพรมน้ำทองนั้นไปตามกาลอันควร เพ่งดูทองนั้นอยู่เฉย ๆ ตามกาลอันควร ทองนั้นจะพึงอ่อน ควรแก่การงาน เป็นทองสุกปลั่งและไม่เปราะ ใช้การได้ดี แม้ช่างทองประสงค์เครื่องประดับใด ๆ จะเป็นเข็มขัดก็ดี จะเป็นตุ้มหูก็ดี จะเป็นเครื่องประดับคอก็ดี จะเป็นสายสร้อยก็ดี สิ่งที่ประสงค์นั้นก็ย่อมสำเร็จแก่เขาแล้ว ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบอธิจิต ย่อมตั้งมั่นโดยชอบเพื่อความสิ้นอาสวะทั้งหลาย เธอย่อมน้อมจิตไปเพื่อทำให้แจ้ง

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka