visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 425 | >>

๔. อธิบาย ทนฺตา-ฟัน

[๑๘๖] คำว่า ทนฺตา ได้แก่กระดูกฟัน ๓๒ ซี่ ของผู้มีฟันเต็ม ฟันแม้เหล่านั้น โดยสี มีสีขาว โดยสัณฐาน มีสัณฐานหลายอย่าง จริงอยู่ บรรดาฟันเหล่านั้น ว่าด้วยฟัน ๔ ซี่ ตรงกลางแถวฟันข้างล่างก่อน มีสัณฐานเหมือนเมล็ดน้ำเต้าที่เขาตั้งเรียงไว้โดยลำดับที่ก่อนดินเหนียว ฟันแต่ละซี่ในข้างทั้ง ๒ ของฟัน ๔ ซี่นั้นมีรากเดียว มีสัณฐานเหมือนดอกมะลิตูม ถัดฟันนั้นไปเป็นฟันข้างละซี่มี ๒ ราก ๒ ง่าม มีสัณฐานเหมือนไม้ค่ายัน ถัดไปฟันข้างละ ๒ ซี่ มี ๓ ราก ปลายก็ ๓ แง่ ถัดไปฟันข้างละ ๒ ซี่ มี ๔ ราก ปลายก็ ๔ แง่แล แม้ในแถวฟันข้างบนก็ฉันนั้น โดยทิศ เกิดในทิศเบื้องบน โดยโอกาส ตั้งอยู่ในกระดูกกรามทั้ง ๒ โดยปริจเฉท เบื้องล่างกำหนดด้วยพื้นรากของตนอันตั้งอยู่ในกระดูกกราม เบื้องบนกำหนดด้วยอากาศ เบื้องขวากำหนดด้วยส่วนแห่งกันและกัน การกำหนดโดยนัยว่าฟัน ๒ ซี่ไม่ร่วมอยู่ด้วยกัน นี้เป็นส่วนกำหนดที่เป็นสภาคกัน ส่วนการกำหนดส่วนที่ต่างกันก็เช่นเดียวกับผมนั้นแล

๕. อธิบาย ตโจ-หนัง

[๑๘๗] คำว่า ตโจ ได้แก่หนังที่หุ้มร่างกายทั้งสิ้น เบื้องบนแห่งหนังมีผิวสีดำคล้ำและเหลือง เป็นต้น ซึ่งเมื่อลอกออกจากร่างกายทั้งสิ้น ก็จะได้ประมาณเท่าเมล็ดในพุทรา แต่หนัง โดยสี ก็มีสีขาวเท่านั้น ก็แล ภาวะที่หนังขาวนั้นย่อมปรากฏเมื่อผิวถูกลอกออก เพราะเหตุมีเปลวไฟลวกเอาและถูกฟันเป็นต้น โดยสัณฐาน มีสัณฐานเหมือนร่างกายนั่นเอง นี้เป็นความสังเขปในข้อว่าโดยสัณฐานนี้ แต่ว่าโดยพิสดาร หนังนิ้วเท้ามีสัณฐานดั่งรังไหม หนังหลังเท้ามีสัณฐานเหมือนรองเท้าหุ้มส้น หนังแข้งมีสัณฐานเหมือนใบตาลห่อข้าว หนังขามีสัณฐานเหมือนถุงยางอันเต็มไปด้วยข้าวสาร หนังตะโพกมีสัณฐานดั่งผืนผ้ากรองน้ำอันเต็มไปด้วยน้ำ หนังหลังมีสัณฐานดังหนังหุ้มไถ่ หนังท้องมีสัณฐานดังหนังหุ้มราวพิณ หนังอกโดยมากมีสัณฐาน ๔ เหลี่ยม หนังแขนทั้ง ๒ มีสัณฐานดั่งหนังหุ้มแล่งธนู หนังหลังมือมีสัณฐานดั่งฝักมีด หรือมีสัณฐานดุจถุงใส่โล่ หนังนิ้วมือมีสัณฐานดั่งฝักกุญแจ หนังคอมีสัณฐานดังเสื้อปิดคอ หนังหน้ามีช่องใหญ่ น้อย มีสัณฐานดั่งรังตั๊กแตน หนังศีรษะมีสัณฐานดั่งบาทร

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka