visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 426 | >>

ก็แล พระโยคาวจรผู้จะกำหนดหนัง พึงส่งญาณมุ่งตรงขึ้นเบื้องบนตั้งแต่ริมฝีปากบน แล้วพึงกำหนดหนังที่ต้องหุ้มรอบปากก่อนเป็นอันดับแรก แต่นั้นจึงกำหนดหนังหุ้มกระดูกหน้าผาก ต่อบัดนั้นจึงส่งญาณเข้าไปโดยระหว่างกระดูกศีรษะและหนังหุ้มศีรษะ ดูสลอดมือเข้าไปโดยระหว่างแห่งบาตรที่สวมลกฉะนั้น แล้วแยกความที่หนังเนื่องเป็นอันเดียวกันกับกระดูกออกจากกัน แล้วกำหนดหนังศีรษะ ต่อบัดนั้นพึงกำหนดหนังคอ ต่อบัดนั้นพึงกำหนดหนังมือขวาทั้งโดยอนุโลมและปฏิโลม ครั้นแล้วพึงกำหนดหนังมือซ้ายโดยนัยนั้นเหมือนกัน ต่อบัดนั้นพึงกำหนดหนังหลัง ครั้นกำหนดหนังหลังนั้น แล้วจึงกำหนดหนังเท้าขวาทั้งโดยอนุโลมและปฏิโลม ครั้นแล้วพึงกำหนดหนังเท้าซ้าย โดยนัยเดียวกันนั้น แต่นั้นพึงกำหนดหนังท้องน้อย หนังหน้าท้อง หนังทรวงอก และหนังคอโดยลำดับ ครั้นแล้วพึงกำหนดหนังได้ดังคงอัดหนังคอขึ้นมาจนถึงริมฝีปากล่างเป็นที่สุดจึงสำเร็จ เมื่อพระโยคาวจรกำหนดหนังหยาบ ๆ ได้อย่างนี้แม้หนังที่ละเอียด ก็ย่อมปรากฏ โดยทิศ หนังเกิดในทิศทั้ง ๒ โดยโอกาส มันหุ้มร่างกายทั้งสิ้นอยู่ โดยปริจเฉท เบื้องล่างกำหนดด้วยพื้นที่มันตั้งอยู่ เบื้องบนกำหนดด้วยอากาศ นี้เป็นการกำหนดด้วยส่วนที่เป็นสภาคกันแห่งหนังนั้น ส่วนการกำหนดด้วยส่วนที่ต่างกันก็เช่นเดียวกับผมนั้นแล

๖. อธิบาย มํสํ - เนื้อ

[๑๘๘] คำว่า มํสํ ได้แก่เนื้อ ๙๐๐ ชิ้น เนื้อทั้งหมดนั้น โดยสี มีสีแดงเช่นเดียวกับดอกทองกวาว โดยสัณฐาน เนื้อปลีแข้งมีสัณฐานดั่งข้าวสุกในห่อใบตาล เนื้อขามีสัณฐานดังลูกหินบด เนื้อตะโพกมีสัณฐานดั่งก้อนเส้า เนื้อหลังมีสัณฐานดั่งเยื่อลูกตาลสุก เนื้อสีข้างทั้ง ๒ มีสัณฐานเหมือนดินฉาบไว้บาง ๆ ที่ท้องฉาง เนื้อนมมีสัณฐานดังค้อนดินที่เขาผูกแขวนไว้ เนื้อแขนทั้ง ๒ ข้างมีสัณฐานดังหนูตัวใหญ่ที่ตลกหนังวางซ้อนกันไว้ เมื่อพระโยคาวจรกำหนดเนื้อหยาบ ๆ อย่างนี้ แม้ส่วนที่ละเอียดก็ย่อมปรากฏ โดยทิศ เกิดในทิศทั้ง ๒ โดยโอกาส มันตั้งหุ้มกระดูกไม่เกิน ๙๐๐ ท่อนไว้ โดยปริจเฉท เบื้องต่ำกำหนดด้วยพื้นที่ตั้งอยู่ที่โครงกระดูก เบื้องบนกำหนดด้วยหนัง ส่วนกว้างกำหนดด้วยส่วนของกันและกัน นี้เป็นการกำหนดส่วนที่เป็นสภาคกันของเนื้อนั้น ฝ่ายการกำหนดส่วนที่ต่างกันเช่นเดียวกับผมนั้นแล

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka