visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 439 | >>

น้ำลายสามารถจะให้ชุ่มอยู่ได้ มิได้ลื่นไปเลย ดุจน้ำในบ่อที่ขุดในหาดทรายไม่รู้จักลึกฉะนั้น โดยปริจเฉท กำหนดด้วยส่วนของน้ำลายเอง นี้เป็นการกำหนดด้วยส่วนที่เหมือนกันแห่งน้ำลายนั้น ส่วนการกำหนดด้วยส่วนที่ต่างกันก็เช่นเดียวกับผมนั้นแล

๓๐. อธิบาย สิงฺฆาณิกา-น้ำมูก

[๒๑๑] คำว่า สิงฆาณิกา น้ำมูก ได้แก่เนื้ออันใสสะอาดที่ไหลออกจากมันสมอง น้ำมูกนั้น โดยสี มีสีดั่งเยื่อในเม็ดตาลอ่อน โดยสัณฐาน มีสัณฐานตามโอกาส โดยทิศ เกิดในทิศเบื้องบน โดยโอกาส มันตั้งเต็มกระพุ้งจมูก แต่น้ำมูกนั้นมิได้ขังตั้งอยู่ในที่นั้นทุกเมื่อดอก โดยแท้ เมื่อใด สัตว์ทั้งหลายร้องไห้ก็ดี เป็นผู้มีความกำเริบแห่งธาตุอันเกิดขึ้นด้วยอำนาจอาหารแสลงและฤดูเปลี่ยนแปลงก็ดี เมื่อนั้น มันในสมองก็กลายเป็นเสมหะแล้วไหลเคลื่อนจากภายในศีรษะส่งมาตามช่องเพดานจนเต็มกระพุ้งจมูกอยู่บ้าง หรือออกมาบ้าง เปรียบเหมือนคนห่อนมส้มไว้ในใบบัวแล้วใช้หนามแทงเบื้องล่าง เมื่อนั้น หยาดนมส้มเล็กจะพึงหยดออกจากช่องนั้นฉะนั้นก็แล พระโยคีผู้กำหนดน้ำมูก พึงกำหนดตามที่มันขังตั้งเต็มกระพุ้งจมูกอยู่นั้นแล โดยปริจเฉท กำหนดด้วยส่วนของน้ำมูก นี้เป็นการกำหนดด้วยส่วนที่เหมือนกันแห่งน้ำมูกนั้น ส่วนการกำหนดด้วยส่วนที่ต่างกันก็เช่นเดียวกับผมนั้นแล

๓๑. อธิบาย ลสิกา-ไขข้อ

[๒๑๒] คำว่า ลสิกา ได้แก่ซากมีกลิ่นเป็นมันภายในแห่งข้อต่อในร่างกาย ไขข้อนั้น โดยสี มีสีดั่งยางดอกกรรณิการ์ โดยสัณฐาน มีสัณฐานตามโอกาส โดยทิศ เกิดในทิศทั้ง ๒ โดยโอกาส ตั้งอยู่ในภายในข้อต่อ ๑๘๐ แห่ง คอยทำหน้าที่หล่อลื่นข้อต่อกระดูกทั้งหลาย ก็แลไขข้อนั้นสำหรับผู้ที่มีไขข้อน้อย เมื่อผู้นั้นลุกขึ้น นั่งลง ก้าวไปข้างหน้า ถอยหลังกลับ คู้ เหยียด กระดูกย่อมลั่นดังเผาะแผะ ทำเสียงดูจเสียงนิ้วมือ แม้ผู้นั้นเดินไปสู่ทางไกลแต่เพียง ๑-๒ โยชน์ วาโยธาตุย่อมกำเริบ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka