visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 440 | >>

วาโยธาตุก็ไม่กำเริบ เนื้อตัวก็ไม่เมื่อยขบ โดยปริจเฉท กำหนดด้วยส่วนของไขข้อนี้เป็นการกำหนดด้วยส่วนที่เหมือนกันแห่งไขข้อนั้น ส่วนการกำหนดด้วยส่วนที่ต่างกันก็เช่นเดียวกับผมนั้นแล

๓๒. อธิบาย มุตฺตํ-มูตร

[๒๑๓] คำว่า มุตฺตํ ได้แก่ น้ำมูตร มูตรนั้น โดยสี มีสีดั่งสีเหมือนน้ำด่างถั่วราชมาส โดยสัณฐาน มีสัณฐานเหมือนน้ำที่อยู่ในหม้อน้ำ ซึ่งเขาวางคว่ำไว้ โดยทิศ เกิดในทิศเบื้องต่ำ โดยโอกาส อยู่ในภายในหัวไส้ ชื่อว่าหัวไส้ ท่านหมายเอากระพุ้งหัวไส้ที่มูตรเข้าไปได้ทางสีรษะ แต่ทางเข้าไปแห่งมูตรนั้นไม่ปรากฏ อย่างเดียวกันกับน้ำในบ่อน้ำครำ ซึ่งเข้าไปได้ในหม้อซึมที่ไม่มีปากอันเขาทิ้งไว้ในบ่อน้ำครำ แต่ทางเข้าไปแห่งน้ำนั้นไม่ปรากฏฉะนั้น ส่วนทางออกของมูตรนั้นย่อมปรากฏ และเมื่อมูตรเต็มแล้ว สัตว์ทั้งหลายย่อมเกิดความขวนขวายว่าจักถ่ายปัสสาวะ โดยปริจเฉท กำหนดด้วยภายในแห่งหัวไส้และส่วนแห่งมูตร นี้เป็นการกำหนดโดยส่วนที่เหมือนกันแห่งมูตรนั้น ส่วนการกำหนดที่ต่างกันก็เช่นเดียวกับผมนั้นแล

[๒๑๔] ก็เมื่อพระโยคาวจรกำหนดส่วนทั้งหลายมีผมเป็นต้น ด้วยสามารถแห่งสี สัณฐาน ทิศ โอกาส และเขต กำหนดด้วยประการฉะนี้แล้ว มนสิการว่า ปฏิกูล ปฏิกูล โดยอาการ ๕ คือ สี สัณฐาน กลิ่น ที่อาศัย และโอกาส โดยนัยมีอาทิว่า โดยลำดับ โดยไม่เร็วกัน ในที่สุดแห่งการล่วงบัญญัติธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมปรากฏประดุจไม่ก่อน ไม่หลังแก่พระโยคาวจรผู้ดูแลอยู่ซึ่งภายในนี้ว่าผมอยู่ในภายในนี้เป็นต้น อย่างเดียวกันกับดอกไม้ทั้งหมด ย่อมปรากฏประดุจไม่ก่อน ไม่หลังแก่บุรุษผู้มีจักขุ ผู้ดูแลอยู่ซึ่งระเบียบดอกไม้ ๓๒ ชนิด ซึ่งร้อยไว้ในเส้นด้ายอันเดียวกันฉะนั้น เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงได้กล่าวไว้ในมนสิการโกสัลลกว่า ก็เมื่อพระโยคาวจรผู้เริ่มบำเพ็ญเพียรมนสิการอยู่ว่า ผมทั้งหลาย ดังนี้ มนสิการย่อมไปจรดส่วนที่สุดว่า มูตร นี้ตั้งอยู่ ก็ถ้าพระโยคาวจรชักมนสิการเข้าไปแม้ในภายนอก ครั้นเมื่อส่วนทั้งหลายเป็นสภาพปรากฏอยู่อย่างนี้แก่พระโยคาวจรนั้น สัตว์ทั้งหลายมีมนุษย์และดิรัจฉานเป็นต้นที่กำลังเที่ยวไปอยู่ ก็จะละอาการแห่งสัตว์ปรากฏ ด้วยสามารถเป็นกองแห่งส่วนเท่านั้น ทั้งวัตถุมีบานะและเสภานะเป็นต้น ที่สัตว์เหล่านั้นกำลังกินอยู่ ก็จะปรากฏดูใสเข้าในกองแห่งส่วน ครั้นเมื่อมนสิการเนือง ๆ ด้วย

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka