ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ในนิปเปสิกตานิเทศ มีอรรถาธิบายดังต่อไปนี้ การด่าด้วยอกโกสวัตถุ 10 ประการ ชื่อว่า อุกโกสนา การพูดข่ม ชื่อว่า วุมฺภนา การพูดยกโทษโดยนัยมีอาทิว่า เป็นผู้ไม่มีศรัทธา เป็นผู้ไม่เลื่อมใส ชื่อว่า ครหณา การพูดสาดด้วยวาจาว่า ท่านทั้งหลายอย่ามาพูดอย่างนี้ ณ ที่นี้ ชื่อว่า อุกเขปนา
การพูดสาดอันประกอบด้วยวัตถุและเหตุโดยส่วนอย่างลึกซึ้ง ชื่อว่า สมุกฺเขปนา การพูดยกให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ชื่อว่า อุกฺเขปนา การพูดติเตียนอย่างว่า ชีวิตของคนนี้เขาชอบบริโภคพืชอย่างไรละ ชื่อว่า ขิปนา การพูดติเตียนหนักยิ่งขึ้นว่า ผู้ใดให้คำพูดว่าไม่มีแม้แก่คนทั้งปวงตลอดกาลเป็นนิตย์ ท่านทั้งหลายจะพูดปฏิเสธบุคคลผู้นี้ว่า ไม่ใช่ทายกได้อย่างไร ดังนี้ ชื่อว่า สํขิปนา
การพูดให้เขาถึงแก่ความไม่เป็นทายกหรือให้ถึงแก่ความเป็นโทษ ชื่อว่า ปาปนา การพูดให้ถึงแก่ความเป็นโทษโดยส่วนอย่างลึกซึ้ง ชื่อว่า สมฺปาปนา การนำความเสียหายจากเรือนโน้นมาสู่เรือนนี้ จากบ้านโน้นสู่บ้านนี้ จากตำบลโน้นสู่ตำบลนี้ โดยหมายให้เขาจักให้แก่เราเพราะกลัวต่อความเสียหายด้วยอาการอย่างนี้ ชื่อว่า อวณฺณหาริกา การพูดต่อหน้าพูดดี ลับหลังพูดเสีย ชื่อว่า ปรปิฏฺฐิมํสิกตา
คำว่า นิปเปสิกตา มีความว่า ภิกษุย่อมกวาดล้างคุณความดีของผู้อื่นให้พินาศไป ดุจกวาดล้างด้วยซี่ไม้ไผ่ และเที่ยววาจานี้เป็นสิ่งที่บดป่นคุณความดีของผู้อื่นแสวงหาลาภ เหมือนคนบดไม้หอมแสวงหาของหอม จึงเรียกว่า นิปเปสิกตา
ในนิเทศแสวงหาลาภด้วยลาภ มีอรรถาธิบายดังต่อไปนี้ บทว่า นิชิคีสิตา แปลว่า แสวงหา บทว่า อิโต ลทฺธํ แปลว่า ได้จากเรือนนี้ บทว่า อมุตฺร แปลว่า ณ เรือนโน้น บทว่า เอฏฺฐิ แปลว่า เสาะหา