ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
พระโยคีนั้นประกอบกัมมัฏฐานในที่นั้น โดยลำดับ ย่อมได้รับสักการะใหญ่ว่า พระผู้มีพระภาคนั้น เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหนอ ดังนี้ ส่วนว่าภิกษุนั้น ท่านกล่าวเป็นเหมือนเสือเหลือง พึงทราบอธิบายว่า เหมือนอย่างพญาเสือเหลืองใหญ่ อาศัยพุ่มหญ้าปรารถนาหรือดงภูเขาในป่า แอบจับหมู่เนื้อกระบือป่า กวาง และสุกรเป็นต้น ฉันใด ภิกษุผู้ประกอบกัมมัฏฐานอยู่ในเสนาสนะอันเหมาะสมมีป่าเป็นต้นนี้ ก็ย่อมยึดเอาโสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัตมรรคตามลำดับ ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุนั้น พระโบราณาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าวว่า :-
ธรรมดาว่าเสือเหลืองย่อมคอยแอบจับหมู่เนื้อ แม้ฉันใด
พระพุทธบุตรประกอบความเพียรเจริญวิปัสสนานี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เข้าสู่ป่าจึงยึดเอาผลอันสูงสุด ฯ
เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเมื่อจะทรงแสดงเสนาสนะป่า อันเป็นภูมิที่เหมาะสมแก่กำลังแห่งความมากน้อยของพระโยคาวจรภิกษุนั้น จึงตรัสว่า อรญฺญคโต วา อยู่ป่าก็ตาม ดังนี้เป็นต้น
[๒๑๘] บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อรญฺญคโต ได้แก่ไปสู่ป่าอันมีความสุข อันเกิดแต่ความสังตเวียนอย่างใดอย่างหนึ่ง ในบรรดาป่าซึ่งมีลักษณะดังกล่าวอย่างนี้ว่า ที่ชื่อว่าป่าคือสถานที่เป็นภายนอกจากเสาเขื่อนออกไป ทั้งหมดนั้นจัดเป็นป่า และว่าเสนาสนะที่ชื่อว่าอยู่ในป่าคือ สถานที่อันมีในที่สุดช่วง ๕๐๐ คันธนูเป็นอย่างต่ำ บทว่า รุกฺขมูลคโต แปลว่าไปสู่ที่โคนไม้ บทว่า สุญฺญาคารคโต แปลว่าไปสู่อาคารอันว่างคือสงัด ก็ในพระบาลีบทนี้วันที่เป็นป่าและโคนไม้เสีย แม้จะไปสู่เสนาสนะที่เหลืออีก ๒ อย่าง จะเรียกว่าผู้อยู่ในเรือนอันว่างเปล่าก็ควร