visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 462 | >>

เมื่อใช้สติไปติดตามต้น กลาง และปลายลมปัสสาสะ กายก็ดี จิตก็ดี ด้วยทั้งจิตที่ถึงความฟุ้งซ่านไปในภายนอก ย่อมกระสับกระส่ายด้วย หวั่นไหวด้วย ดิ้นรนด้วย ดังนี้ เพราะเหตุนั้น อันกุลบุตรผู้เริ่มบำเพ็ญเพียร เมื่อจะมนสิการโดยวิธีติดตาม จึงไม่ควรมนสิการด้วยต้นลม กลางลม และปลายลม อีกประการหนึ่ง พึงมนสิการโดยวิธีผุสนาและด้วยวิธีรูปนา

แท้จริง การมนสิการโดยวิธีผุสนาและวิธีรูปนา หาได้มีส่วนหนึ่งต่างหากจากดูมนสิการโดยวิธีคณนาและอนุพนฺธนาไม่ แต่เมื่อพระโยคาวรนับอยู่ ในฐานะที่ลมกระทบแล้ว ๆ นั่นแหละ ชื่อว่ามนสิการโดยวิธีคณนาด้วย โดยวิธีผุสนาด้วย เมื่อเลิกนับแล้วติดตามลมอัสสาสะปัสสาสะนั้นไปด้วยสติ และเมื่อตั้งจิตไว้ด้วยอำนาจอัปปนา ในฐานะที่ลมกระทบ ๆ นั้นนั่นแหละ เรียกว่ามนสิการโดยวิธีอนุพนฺธนาด้วย โดยวิธีผุสนาด้วย โดยวิธีรูปนาด้วย ความนี้นั้นบัณฑิตพึงทราบโดยอุปมาด้วยคนน้อยคนเฝ้าประตูที่กล่าวไว้ในอรรถกถาทั้งหลาย และโดยอุปมาด้วยเลื่อยที่กล่าวไว้ในปฏิสัมภิทา

[๒๒๕] ในสามอุปมานั้น ข้อนี้เป็นอุปมาด้วยคนน้อย คือคนน้อย โสชิงช้าให้แก่ปามรดาและบุตรผู้เล่นชิงช้าอยู่ นั่งที่โคนเสาชิงช้านั้นแหละย่อมเห็นที่สุดทั้ง ๒ ข้าง และท่ามกลางแห่งแผ่นกระดานชิงช้า ที่แกว่งไกวไปมาอยู่โดยลำดับ แต่ก็มิได้ขวนขวายจะดูแลที่สุดทั้ง ๒ และท่ามกลาง แม้ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน ยืนที่โคนเสาอันเป็นที่ผูกด้วยอำนาจสติ โลชิงช้าคือลมหายใจออกเข้า นั่งอยู่ด้วยสติอนิมิตนั่นนั่นเอง เมื่อส่งสติติดตาม ตั้งจิตไว้ตรงที่ลมกระทบนั่นแหละ ย่อมเห็นเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุดของลมหายใจออกเข้า ในฐานะที่มันแกว่งไกวไปมากระทบอยู่โดยลำดับ แต่จะเป็นผู้ขวนขวายเพื่อแลดูลมเหล่านั้นก็หามิได้ ฉะนั้น นี้เป็นอุปมาดังคนน้อย

[๒๒๖] ส่วนที่อุปมาด้วยคนเฝ้าประตู ดังนี้ คือ คนเฝ้าประตูไม่ตรวจตราดูแลพวกคนในเมืองและนอกเมือง ถามว่า ท่านเป็นใคร หรือว่ามาแต่ไหน หรือว่า

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka