visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 463 | >>

ท่านจะไปไหน หรือว่าอะไรอยู่ในมือท่าน เพราะว่าคนเหล่านั้นมิใช่เป็นภาระหน้าที่ของเขา เขาจะตรวจตราดูแลเฉพาะคนที่มาถึงประตู ๆ เท่านั้น แม้ฉันใด ภิกษุนั้นก็ฉันนั้นเหมือนกัน ลมเข้าข้างในและลมออกข้างนอก ไม่ใช่เป็นภาระหน้าที่ (ของท่าน) ท่านมีหน้าที่อยู่แต่เพียงกำหนดลมที่มาถึงช่องจมูกแล้ว ๆ เท่านั้น นี้เป็นอุปมาดังนายประตู

[๒๒๗] ส่วนที่อุปมาด้วยเลื่อย พึงทราบตั้งแต่ต้นดังนี้

สมจริงดังคำที่ท่านกล่าวไว้ว่า :-
นิมิต ๑ ลมหายใจออก ๑ ลมหายใจเข้า ๑ มิใช่เป็นอารมณ์แห่งจิตดวงเดียว เมื่อภิกษุไม่มีธรรมทั้ง ๓ ภาวนา ย่อมไม่เกิด นิมิต ๑ ลมหายใจออก ๑ ลมหายใจเข้า ๑ มิใช่เป็นอารมณ์แห่งจิตดวงเดียว เมื่อภิกษุรู้ธรรมทั้ง ๓ ภาวนา ย่อมเกิด

มีอธิบายว่าอย่างไร ? มีอธิบายว่า ธรรม ๓ อย่างนี้ มิใช่เป็นอารมณ์ของจิตดวงเดียวกัน แต่ธรรม ๓ อย่างนี้ จะเป็นสิ่งที่พระโยคาวรจะไม่รู้กหามิได้ และจิตก็ไม่ถึงความฟุ้งซ่าน ปธาน (ความเพียร) ย่อมปรากฏ และพระโยคาวรก็ย่อมยังประโยคให้สำเร็จ ย่อมบรรลุคุณวิเศษได้ เปรียบเหมือนไม้ที่เขาทั้งไว้ที่พื้นดินราบ ๆ บุรุษพึงเอาเลื่อยมาตัดมัน ตัดต่อบุรุษนั้นย่อมปรากฏด้วยอำนาจฟันเลื่อยที่ถูกต้นไม้ เธอก็มิได้ใส่ใจถึงฟันเลื่อยที่ชักมาและชักไป แต่จะไม่รู้ฟันเลื่อยที่ชักมาและชักไปก็หามิได้ ทั้งความเพียรย่อมปรากฏ ทั้งเธอก็ยังความพยายามให้สำเร็จ และเธอก็บรรลุคุณวิเศษอีกด้วย นิมิตที่เขาเข้าไปผูกไว้ เปรียบเหมือนต้นไม้ที่เขาทั้งไว้ที่ภูมิภาคอันราบรื่น ลมหายใจออกเข้าเปรียบเหมือนฟันเลื่อย ภิกษุนั่งตั้งสติไว้ที่ปลายจมูก หรือที่ริมฝีปาก ไม่ใส่ใจลมหายใจออกเข้าที่ผ่านมาหรือผ่านไป แต่จะไม่รู้ลมออกเข้าซึ่งผ่านมาหรือผ่านไปแล้วก็หามิได้ ความเพียรก็ย่อมปรากฏ ทั้งเธอก็ย่อมยังความพยายามให้สำเร็จ และบรรลุคุณวิเศษอีกด้วย เปรียบเหมือนบุรุษตั้งสติไว้ที่ฟัน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka