visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 477 | >>

ถึงความเกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตดวงที่ ๑๖ เบื้องหน้าแต่จุติจิต เมื่อเธอรำพึงถึงจุติขณะแห่งจิต แม้จุติขณะแห่งลมเหล่านั้นก็ปรากฏ เมื่อรำพึงถึงความดับ แม้ภังคขณะแห่งลมเหล่านั้นก็ย่อมปรากฏ.

จริงอยู่ เมื่อภิกษุเจริญกัมมัฏฐานอย่างใดอย่างหนึ่งจากกัมมัฏฐานนี้แล้ว ไม่บรรลุพระอรหัต ย่อมกำหนดระยะกาลแห่งอายุได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่เมื่อเจริญอานาปานสติมีวัตถุ ๑๖ นี้แล้วได้บรรลุพระอรหัต ย่อมกำหนดระยะกาลได้แท้.

ภิกษุผู้เจริญอานาปานสติได้บรรลุพระอรหัตนั้นรู้ว่าบัดนี้อายุสังขารของเราจักเป็นไปได้เพียงเท่านี้ไม่เลยกว่านี้ไป ดังนี้แล้วทำกิจทั้งปวงมีการชำระร่างกายและการนุ่งห่มเป็นต้น ตามธรรมดานั่นแหละแล้วหลับตา ดังพระติสสเถรระวัดโกฏิบรรพตวิหาร ดังพระมหาติสสเถระวัดมหากรุณชนิวิหาร ดังพระปิโลตปาติคติสสเถระในเทวปุตรี และดังพระเถระสองพี่น้องวัดจิตตลบรรพตวิหาร ฉะนั้น คำแสดงเรื่อง ๆ หนึ่งในบรรดาเรื่องแห่งพระเถระเหล่านั้น ดังนี้

เล่ากันมาว่า บรรดาพระเถระ ๒ พี่น้อง พระเถระรูปหนึ่งลงปาติโมงค์ในวันเพ็ญอุโบสถ แวดล้อมไปด้วยภิกษุสงฆ์ ไปยังที่อยู่ของตน ยืน ณ ที่จงกรม และดูแสงจันทร์ ใคร่ครวญดูอายุสังขารของตน กล่าวกะหมู่ภิกษุสงฆ์ว่า ท่านทั้งหลายเคยเห็นภิกษุผู้ปรินิพพานด้วยอาการอย่างไร ? ในภิกษุเหล่านั้น บางพวกกล่าวว่า พวกเราเคยเห็นนั่งที่อาสนะนั้นเองปรินิพพาน บางพวกกล่าวว่า พวกเราเคยเห็นนั่งคู่บัลลังก์ในอากาศ พระเถระจึงกล่าวว่า บัดนี้เราจักแสดงภิกษุผู้กำลังจงกรมนั่นแลปรินิพพานแก่ท่านทั้งหลาย ลำดับนั้นก็ทำรอยขีดไว้ในที่จงกรมแล้วกล่าวว่า เราเดินไปจากที่สุดที่จงกรมนี้สู่ที่จงกรมอีกข้างหนึ่งแล้วกลับมา พอถึงรอยนี้จักปรินิพพาน ดังนี้แล้วลงสู่ที่จงกรมไปถึงส่วนข้างหนึ่งแล้วกลับมา ย่อมปรินิพพานในขณะเท้าข้างหนึ่งเหยียบรอยนั่นเอง.

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตพึงเป็นผู้ไม่ประมาท ประกอบด้วยอานาปานสตินี้มีอานิสงส์มากมายถึงอย่างนี้ ในกาลทุกเมื่อ เทอญ นี่เป็นกถาขยายอย่างพิสดารในอานาปานสติ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka