visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 479 | >>

สูญวัฏฏะ เพราะวัฏฏะอันเป็นไปในภูมิ ๓ มาถึงวิราคธรรมนั้นแล้วย่อมขาดสูญ อนึ่ง เรียกว่าธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา เป็นที่คลายราคะ เป็นที่ดับสนิท เพราะตัณหามาถึงวิราคธรรมนั้นแล้วย่อมถึงความสิ้นไป คลายไป ดับไปโดยประการทั้งปวง อนึ่ง เรียกว่า นิพพาน เพราะวิราคธรรมนั้นออกไป คือ สลัดตัดขาดจากตัณหาอันได้ใจหาว่าวานะ เพราะร้อยรัด, ผูกไว้, เย็บ, และเชื่อมซึ่งกำเนิด ๔ คติ ๕ วิญญาณฐิติ ๗ และสัตตาวาส ๙ เพื่อภวะสืบ ๆ ไปแล อุปสมะ กล่าวคือพระนิพพาน อันพระโยคาวจรพึงระลึกถึง โดยอำนาจคุณมีธรรมเป็นที่สร่างเมาเป็นต้นเหล่านั้นดังกล่าวมาฉะนี้ ก็หรือว่าพระโยคาวจรพึงระลึกถึงโดยอำนาจคุณคืออุปสมะ แม้ทัพพระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพระสูตรทั้งหลายมีอาทิว่า ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอสังขตธรรมแก่เธอทั้งหลาย เราจักแสดงสัจจธรรม ปารธรรม สุททสธรรม อัจฉริยธรรม ยวธรรม นิบบัญจธรรม อมตธรรม สิวธรรม เขมธรรม อัพภตธรรม อนิติกธรรม วิสุทธิธรรม ทีปธรรม ตถธรรม เลณธรรม แก่เธอทั้งหลาย ดังนี้เป็นต้นนั้นแล.

อานิสงส์อุปสมานุสสติ

เมื่อพระโยคาวจรระลึกถึงความสงบ โดยอำนาจคุณมีภาวะที่ธรรมเป็นที่สร่างเมาเป็นต้นอยู่อย่างนี้อยู่ ในสมัยนั้นจิตของเธอไม่ถูกราคะกลุ้มรุม... ไม่ถูกโทสะกลุ้มรุม... ไม่ถูกโมหะกลุ้มรุมเลย ในสมัยนั้นจิตของเธอเป็นธรรมชาติดำเนินไปตรง ปรารภความสงบตรงดิ่ง เมื่อเธอข่มนิวรณ์ได้แล้วโดยนัยที่กล่าวแล้วในอนุสติมีพุทธานุสสติเป็นต้นนั้นแหละ องค์ฌานทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นในขณะเดียวกัน แต่เพราะภาวะที่คุณแห่งความสงบทั้งหลายเป็นคุณลึกซึ้ง หรือเพราะภาวะที่จิตน้อมไปในการระลึกถึงคุณมีประการต่าง ๆ ฌานนี้จึงเป็นฌานไม่ถึงขั้นอัปปนา ถึงเพียงอุปจาระเท่านั้น ฌานนี้นั้นถึงการนับว่า อุปสมานุสสติ เพราะเกิดขึ้นด้วยอำนาจความระลึกถึงคุณแห่งความสงบ และแม้อุปสมานุสสตินี้ย่อมสำเร็จแก่พระอริยสาวกเท่านั้น เช่นดังอนุสติ ๖ เมื่อเป็นเช่นนั้น แม้ปุถุชนผู้หนักในความสงบก็พึงใส่ใจถึง เพราะแม้ด้วยอำนาจการฟัง จิตก็เลื่อมใสในความสงบได้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka