visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 534 | >>

ไวพจน์ของคำว่าสัตว์ทั้งปวงก็ยังมีอยู่ เช่นคำว่า สพฺเพ ชนฺตู สัตว์ผู้เกิดมาทั้งปวง และ สพฺเพ ชีวา สัตว์ผู้มีชีวิตทั้งปวงเป็นต้น แต่พระผู้มีพระภาคทรงเลือกเอาเพียง ๕ คำเท่านั้น (สัตว์, ปาณะ, ภูต, บุคคล และอัตตภาวปริยาปนฺนะ) มาแสดงไว้ว่า เมตตาเจโตวิมุตติที่แผ่ไปโดยไม่เจาะจงบุคคลโดยอาการ ๕ อย่างฉะนี้ ก็โดยที่ทรงเลือกเอาแต่คำที่ปรากฏเด่นชัดเท่านั้น

ส่วนพวกเกจิอาจารย์เหล่าใดหากจะพึงประสงค์เอาว่าคำว่า สัตว์และปาณะเป็นต้นมีความแตกต่างกันแม้โดยความหมายโดยแท้ เพราะไม่ใช่แต่เพียงสักว่าเป็นคำไวพจน์อย่างเดียวเท่านั้น มติของพวกเกจิอาจารย์เหล่านั้นผิดไปจากบาลีที่แผ่ไปโดยไม่เจาะจงบุคคล เพราะถ้าถือเอาความหมายต่างกันว่า สัตว์ก็อย่างหนึ่ง ปาณะก็อย่างหนึ่งเป็นต้นแล้ว ก็จะเป็นการแผ่เจาะจงบุคคลไป เพราะฉะนั้น นักปฏิบัติทั้งหลายอย่าได้ถือเอาความหมายเหมือนอย่างที่พวกเกจิอาจารย์ประสงค์นั้นเลย พึงแผ่เมตตาจิตไปโดยไม่เจาะจงบุคคลด้วยอาการแห่งภาวนาอย่างใดอย่างหนึ่งในบรรดาอาการแห่งภาวนา ๕ อย่างนั้นเถิด

[๒๕๗] ก็ในเมตตาภาวนานี้ ภาวนาว่า สพฺเพ สตฺตา อเวรา โหนฺตุ. ขอสัตว์ทั้งปวง จงอย่าผูกเวรกัน นี้ก็เป็นอัปปนาอันหนึ่ง

ภาวนาว่า อพฺยาปชฺฌา โหนฺตุ. ...จงอย่าเบียดเบียนกัน นี้ก็เป็นอัปปนาอันหนึ่งได้

คำว่า อพฺยาปชฺฌา ไม่มีความเบียดเบียนนั้น คือปราศจากพยาบาท

ภาวนาว่า อนีฆา โหนฺตุ. จงอย่ามีทุกข์ นี้ก็เป็นอัปปนาอันหนึ่งได้

คำว่า อนีฆา ได้แก่ นิพฺทุกฺขา คือ อย่ามีทุกข์

ภาวนาว่า สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ. จงมีสุข ประคองตนไปให้รอดพ้นเถิด นี้ก็เป็นอัปปนาอันหนึ่งได้

เพราะเหตุนั้น ในบทเหล่านั้น แม้บทใด ๆ ปรากฏชัด พระโยคาวจรก็พึงแผ่เมตตาไปตามกำลังของบทนั้น ๆ เถิด

โดยนัยที่กล่าวมา ดังนี้ อัปปนาในอโนธิโสสรณะ จึงเป็น ๒๐ เนื่องด้วยอัปปนา ๔ ๆ ในอาการ ๕

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka