ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
เพราะเหตุนั้น บุคคลพึงระลึกถึงพระอาทิตตปริยายสูตรโดยนัยมีอาทิว่า ภิกษุทั้งหลาย จักขุนทรีย์อันภิกษุผู้ทิ้งแทงแล้วด้วยซี่เหล็กที่เผาอย่างร้อนลุกโชนนั้นยังประเสริฐกว่า การยึดถือซึ่งนิมิตโดยอนุพยัญชนะในรูปทั้งหลาย ไม่ประเสริฐเลย
เมื่อวิญญาณเกิดทางจักขุทวารเป็นต้น ในอารมณ์ทั้งหลายมีรูปเป็นต้น พึงกั้นความยึดถือซึ่งนิมิตเป็นต้น ที่บาปธรรมมีอภิชฌาเป็นต้นจะพึงรั่วไหลเข้าไป แล้วทำอินทรียสังวรศีลนี้ให้สำเร็จเป็นอย่างดีด้วยสติอันไม่หลงลืม
เมื่ออินทรียสังวรศีลนี้อันภิกษุไม่ทำให้สำเร็จแล้ว แม้ปาติโมกขสังวรศีลก็ตั้งอยู่ไม่นาน ดำรงอยู่ไม่นาน เปรียบเหมือนข้าวกล้าที่เขาไม่ได้จัดการล้อมรั้ว ย่อมถูกโคคือกิเลสปล้นเอาได้ เหมือนบ้านที่เปิดประตูไว้ย่อมถูกโจรปล้นได้ ฉันนั้น ราคะย่อมจะรั่วไหลไปสู่จิตของภิกษุนั้นได้ เหมือนฝนรั่วรดเรือนที่มุงไม่ดี
จงรักษาอินทรีย์ที่รูป เสียง กลิ่น รสและผัสสะทั้งหลาย เพราะว่าทวารเหล่านี้ถูกเปิดทิ้งไว้ไม่รักษา ย่อมจะถูกโจรคือกิเลสปล้นเอา เหมือนพวกโจรปล้นบ้าน ฉะนั้น
ฝนย่อมรั่วรดเรือนที่มุงไม่ดี ฉันใด ราคะย่อมจะรั่วไหลไปสู่จิตที่ไม่ได้อบรมแล้ว ฉันนั้น
แต่เมื่ออินทรียสังวรศีลนั้นภิกษุทำให้สำเร็จแล้ว แม้ปาติโมกขสังวรศีลก็ตั้งอยู่นาน เปรียบเหมือนข้าวกล้าที่ล้อมรั้วดีแล้ว และบ้านที่ปิดประตูดีแล้ว ฉันนั้น