ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
จงรักษาอินทรีย์ที่รูป เสียง กลิ่น รสและผัสสะทั้งหลาย เพราะว่าทวารเหล่านี้ที่ปิดแล้ว ระวังดีแล้ว อันพวกโจรคือกิเลสปล้นไม่ได้ เหมือนพวกโจรปล้นบ้านที่ปิดประตูดีแล้วไม่ได้ ฉะนั้น
ฝนย่อมรั่วรดเรือนที่มุงดีแล้วไม่ได้ ฉันใด ราคะย่อมรั่วไหลเข้าไปสู่จิตที่อบรมดีแล้วไม่ได้ ฉันนั้น
พระธรรมเทศนานี้นับเป็นพระธรรมเทศนาชั้นอุกฤษฏ์อย่างยิ่ง ชื่อว่าจิตเป็นธรรมชาติเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เพราะฉะนั้น บุคคลพึงบรรเทาราคะที่เกิดขึ้นแล้วด้วยมนสิการถึงอสุภกัมมัฏฐาน แล้วทำให้อินทรียสังวรศีลสำเร็จ เหมือนพระวังคีสเถระผู้บวชไม่นานทำได้
ได้ยินว่า เมื่อพระวังคีสเถระผู้บวชแล้วไม่นานกำลังเดินบิณฑบาต ความกำหนัดเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะได้เห็นสตรีคนหนึ่ง ท่านจึงเรียนพระอานนทเถระว่า กระผมถูกไฟคือกามราคะเผาเข้าแล้ว จิตของกระผมถูกเผาจนเกรียม สาธุ ท่านผู้โคตมโคตร ขอท่านได้กรุณาโปรดบอกอุบายเครื่องดับไฟให้ด้วย
พระอานนทเถระแนะนำให้ท่านพิจารณาอสุภกัมมัฏฐาน ตั้งจิตให้เป็นหนึ่ง เห็นสังขารทั้งหลายโดยเป็นอื่น โดยเป็นทุกข์ และโดยมิใช่ตน ทำความกำหนัดอันยิ่งใหญ่ให้ดับไปเสีย อย่าให้ความเร่าร้อนครอบงำต่อไปเลย พระวังคีสเถระบรรเทาความกำหนัดได้แล้ว ก็เที่ยวบิณฑบาตต่อไป