ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ดังนั้น โยคีบุคคลเมื่อได้เห็นใคร ๆ ก็ตาม ซึ่งเป็นคนที่น่าสงสาร ได้ประสบความลำบากอย่างยิ่ง เป็นคนเข็ญใจได้ทุกข์ประกอบกรรมทำทุจริต เป็นคนกำพร้าขาดอาหารวางกระเบื้องขอทานไว้ข้างหน้า นั่งอยู่ในโรงพักคนอนาถา มีหมู่หนอนไต่คลอกจากแผลที่มือและเท้า ส่งเสียงครวญคร่ำพร่ำพรรณนาอยู่อย่างนี้แล้ว พึงยังกรุณาจิตให้เป็นไปในคนเช่นนั้น เป็นอันดับแรกก่อนกว่าคนทุกจำพวก ด้วยบทภาวนาว่า
กิญฺจิ วตาย สตฺโต อาปนฺโน, อุปฺปเว นาม อิมมฺหา ทุกฺขา มุจฺเจยฺย.
สัตว์ผู้นี้ประสบความลำบากแท้หนอ ของจงพ้นจากทุกข์นี้เสียเถอะหนา
อีกแบบหนึ่งว่า
อยํ สตฺโต ทุกฺขา มุจฺจตุ.
ขอสัตว์ผู้นี้จงพ้นจากทุกข์เสียเถิด
สำหรับตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไปว่า
เอเต สตฺตา ทุกฺขา มุจฺจนฺตุ.
ขอสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้จงพ้นจากทุกข์เสียเถิด
หรือว่า
สพฺเพ สตฺตา ทุกฺขา มุจฺจนฺตุ.
ขอสัตว์ทั้งปวงจงพ้นจากทุกข์เสียเถิด
ด้วยภาวนาวิธีนี้ โยคีบุคคลจงพยายามภาวนา คือส่งจิตอันประกอบด้วยกรุณาไปพร้อมกับบทภาวนานั้น ๆ อย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนให้กรุณาปรากฏขึ้นในใจอย่างเด่นชัด จนสำเร็จถึงขั้นอัปปนาฌานเป็นที่สุด ทำนองเดียวกับเมตตาภาวนานั้นแล
ในกรณีที่โยคีบุคคลไม่ได้พบเห็นคนเข็ญใจได้ทุกข์เช่นที่กล่าวแล้วนั้นมาเป็นอารมณ์ของกัมมัฏฐานเป็นอันดับแรก จงเจริญกรุณาไปแม้ในบุคคลผู้มีความสุขแต่ชอบทำบาปกรรมอยู่โดยยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับคนที่กำลังจะถูกประหารชีวิต