visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 544 | >>

จะพึงปฏิบัติอย่างไร ?

พึงปฏิบัติดังต่อไปนี้ เหมือนอย่างว่า พวกราชบุรุษจับโจรพร้อมทั้งของกลางได้แล้ว เมื่อพระราชามีพระราชโอการให้ประหารชีวิต จึงมัดโจรนั้นแล้วลงแส้ครั้งละ ๔ เส้น ๆ จนถึงร้อยครั้ง แล้วนำไปสู่ที่ตะแลงแกง เพื่อจะทำการประหารชีวิต ขณะนั้น มนุษย์ทั้งหลายเห็นแล้วพากันให้ของเคี้ยวบ้าง ของรับประทานบ้าง ให้ดอกไม้ของหอม เครื่องใส่กายและหมากพลูบุหรี่บ้างแก่โจรนั้น แม้ว่าโจรนั้นจะได้เคี้ยวกินอยู่ บริโภคใช้สอยอยู่ซึ่งสิ่งของเหล่านั้นอย่างบริบูรณ์ ดูคล้าย ๆ กับคนมีความสุข คนที่เพียงพบพร้อมด้วยโภคสมบัติจริงแต่ไม่มีใครเลยที่จะสำคัญเห็นว่า “โจรนี้มีความสุขมีโภคทรัพย์มาก” มีแต่จะกรุณาสงสารเขาโดยฝ่ายเดียวว่า “เจ้าโจรนี้จักต้องตายอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว เพราะเข้าใกล้ต่อความตายเข้าไปทุก ๆ ฝีเท้าที่ก้าวย่างไป” ดังนี้ฉันใด

แม้โยคีบุคคลผู้เจริญกรุณากัมมัฏฐานก็เหมือนกัน พึงส่งกรุณาจิตไปในคนที่มีความสุขแต่เป็นผู้ชอบทำแต่บาปกรรมนั้นอย่างนี้ว่า “คนผู้นี้ ถึงแม้ขณะนี้เขาจะมีความสุขเพียบพร้อมอยู่ด้วยการสวยสุขและบริโภคใช้สอยโภคสมบัติอย่างสมบูรณ์พูนสุขก็ตาม แต่เขาจักต้องได้สวยทุกข์กายทุกข์ใจอย่างมิใช่น้อยในอบายภูมิทั้งหลายภายหน้า เพราะเหตุที่เขาได้ทำกัลยาณกรรมไว้ด้วยกายทวาร วจีทวาร และมโนทวาร แม้สักทวารเดียว” หรือจะใช้บทสำหรับภาวนาดังที่แสดงไว้ข้างต้นนั้นก็ได้

ด้วยประการฉะนี้ เป็นอันว่า คนที่ควรเจริญกรุณาไปถึงเป็นอันดับแรกนั้น มี ๒ จำพวก คือ คนเข็ญใจได้ทุกข์ ๑ คนที่มีความมั่งมีศรีสุขแต่ชอบทำแต่บาปกรรม ๑ ฉะนี้

เจริญกรุณาไปในคนที่รักเป็นต้น

เมื่อโยคีบุคคลได้เจริญกรุณาไปในบุคคลจำพวกแรก โดยภาวนาวิธีดังแสดงมาอย่างนั้นแล้ว อันดับต่อจากนั้นพึงเจริญกรุณาให้เป็นไปในบุคคลตามลำดับดังนี้ คือ คนที่รัก ถัดนั้นคนเป็นกลาง ๆ ถัดนั้นคนคู่เวร ด้วยภาวนาวิธีดังที่แสดงมาแล้วนั้น

ในการปฏิบัติ โยคีบุคคลพึงเลือกยกเอาส่วนแห่งทุกข์ของคนที่รัก ซึ่งปรากฏเห็นอยู่ในชาติปัจจุบันหรือที่จะเกิดแก่เขาในชาติต่อ ๆ ไป แล้วจึงเจริญกรุณาให้เป็นไปในคนที่รัก ต่อจากนั้นพึงเลือกยกเอาส่วนแห่งทุกข์ของคนเป็นกลาง ๆ ที่ปรากฏเห็นอยู่

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka