visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 545 | >>

ในชาติปัจจุบัน หรือที่จะบังเกิดมีแก่เขาในชาติต่อ ๆ ไป แล้วจึงเจริญกรุณาให้เป็นไปในคนเป็นกลาง ๆ ต่อจากนั้นพึงเลือกยกเอาส่วนแห่งทุกข์ของคนคู่เวร ที่ปรากฏเห็นอยู่ในชาติปัจจุบัน หรือที่จะเกิดมีแก่เขาในชาติต่อ ๆ ไป แล้วจึงเจริญกรุณาให้เป็นไปในคนคู่เวร ฉะนี้

อธิบายว่า คน ๒ จำพวก ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุณาที่แสดงมาในอันดับแรกนั้น ย่อมเป็นเหตุให้กรุณาภาวนาสำเร็จโดยง่ายก็จริง แต่โยคีบุคคลอย่าได้พอใจอยู่เพียงเท่านั้น ต้องทำกรุณาภาวนาในคน ๒ จำพวกนั้น ในคนใดคนหนึ่งให้คล่องแคล่วจนมีจิตอ่อนนุ่มนวลควรแก่การงานแล้ว ลำดับนั้นพึงเจริญกรุณาให้เป็นไปในคนที่รัก ลำดับต่อจากนั้นในคนเป็นกลาง ๆ ลำดับต่อจากนั้นในคนคู่เวร ทั้งนี้เพื่อทำกรุณาให้เป็นสีมาสัมเภทต่อไป

ในทางปฏิบัตินั้น โยคีบุคคลต้องทำจิตให้อ่อนนุ่มนวลควรแก่การงานในส่วนแห่งบุคคลแต่ละประเภทนั้น ๆ ส่วนหนึ่ง ๆ คือทำให้ชำนาญด้วยสีทั้ง ๔ เสียก่อน ครั้นแล้วจึงเจริญกรุณาไปในบุคคลนั้น ๆ ตามลำดับ วิธีการเจริญกรุณากัมมัฏฐานในบุคคลตามลำดับนี้ พึงทราบโดยทำนองเดียวกันกับที่แสดงไว้แล้วในเมตตากัมมัฏฐานทุกประการ

ส่วนโยคีบุคคลผู้ไม่มีคนคู่เวร หรือผู้ไม่มีความผูกเวรกับใคร ๆ ทั้ง ๆ ที่มีคนทำความเสียหายให้อยู่ เพราะเป็นชาติเอื้ออมหาบุรุษปือริยาลัยอันกว้างใหญ่นั้น ไม่จำต้องทำความขวนขวายในกรณีที่ว่า จิตของเราอ่อนนุ่มนวลควรแก่การงานแล้ว บัดนี้เราจักส่งกรุณาจิตไปในคนคู่เวร ดังนี้ เพราะกรณีที่จะต้องปฏิบัตินั้นเฉพาะแต่โยคีบุคคลผู้มีคนคู่เวรเท่านั้น

ในการเจริญกรุณาไปในคนคู่เวรนั้น ถ้าและความโกรธแค้นจะพึงเกิดขึ้นแก่โยคีบุคคล โดยทำนองที่แสดงไว้ในเมตตาภาวนานั้น โยคีบุคคลพึงทำการบรรเทาความโกรธแค้นนั้นให้ระงับลง ด้วยอุบายวิธีต่าง ๆ ดังที่แสดงไว้ในเมตตาภาวนานั้นแหละ เช่น ต้องหวนกลับไปเจริญกัมมัฏฐานในบุคคลจำพวกต้น ๆ เสียใหม่ หรือพิจารณาถึงพระพุทธโอวาทต่าง ๆ มีพระโอวาทในกกุปมสูตร เป็นต้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka