ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ทำจิตให้อ่อนในบุคคลผู้เป็นศัตรูได้แล้ว จึงเจริญกรุณาให้คนคตะ แต่นั้นให้บุคคลที่รัก ต่อมันให้ตน ดังนี้ ลำดับที่กล่าวในอรรถกถาอังคุตตรนิกายนั้นไม่สมกับพระบาลี (ในวิภังค) ที่มีคำว่า ทุกฺคตึ ทุรูปโต (ยากแค้นแสนเข็ญ) เป็นต้น เพราะเหตุนั้น พระโยคาวจรพึงเริ่มทำภาวนาในกรุณานี้ตามนัยที่กล่าวแล้วนั้นแหละ แล้วทำสีมาสัมเภทยังอัปปนาให้เจริญเกิด
ด้วยประการฉะนี้ เป็นอันว่าโยคีบุคคลผู้เจริญกรุณาพรหมวิหาร ได้ปฏิบัติถึงขั้นสุดยอดแห่งกรุณากัมมัฏฐานนี้โดยสมบูรณ์แล้วแล
ลำดับต่อไปนี้ ผู้ปฏิบัติพึงศึกษาให้เข้าใจในวิธีการแผ่กรุณา ๓ อย่าง ตามที่ท่านแสดงไว้ในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรคดังนี้ คือการแผ่กรุณาอย่างไม่เจาะจงที่เรียกว่า อโนธิโสสรณา โดยอาการ ๕ นั้นอย่างหนึ่ง การแผ่กรุณาอย่างเจาะจงที่เรียกว่า โอธิโสสรณา โดยอาการ ๗ นั้นอย่างหนึ่ง การแผ่กรุณาไปในทิศที่เรียกว่า ทิสาผสรณา โดยอาการ ๑๐ นั้นอย่างหนึ่ง ซึ่งมีอาการแห่งภาวนาวิธี ดังต่อไปนี้
๑. สพฺเพ สตฺตา ทุกฺขา มุจฺจนฺตุ.
ขอสัตว์ทั้งปวงจงพ้นจากทุกข์เถิด
๒. สพฺเพ ปาณา ทุกฺขา มุจฺจนฺตุ.
ขอปาณะทั้งปวงจงพ้นจากทุกข์เถิด
๓. สพฺเพ ภูตา ทุกฺขา มุจฺจนฺตุ.
ขอภูตทั้งปวงจงพ้นจากทุกข์เถิด
๔. สพฺเพ ปุคฺคลา ทุกฺขา มุจฺจนฺตุ.
ขอบุคคลทั้งปวงจงพ้นจากทุกข์เถิด
๕. สพฺเพ อตฺตภาวปริยาปนฺนา ทุกฺขา มุจฺจนฺตุ.
ขอผู้มีอัตภาพทั้งปวงจงพ้นจากทุกข์เถิด