visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 581 | >>

สำเร็จฌาน ๔ หรือฌาน ๕ ได้ด้วย แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะกายานุปัสสนาเป็นต้นนั้น ท่านแสดงไว้ด้วยสามารถแห่งวิปัสสนากัมมัฏฐานต่างหากที่จริงนั้น แม้เพียงปฐมฌานก็มิได้ในเวทนานุปัสสนาเป็นต้น ตั้งแต่ทุติยฌานขึ้นไปไม่ต้องพูดถึงยิ่งจะมิได้ทีเดียว

เพราะฉะนั้น นักศึกษาอย่าได้ถือเอาเพียงแต่เงาของพยัญชนะแล้วมาคลำว่าดูพระผู้มีพระภาคเลย อันพระพุทธวจนะนั้นลึกซึ้งยิ่งนัก นักศึกษาควรเข้าไปหาอาจารย์แล้วศึกษาเอาอรรถาธิบายของพระพุทธวจนะให้ได้อย่างละเอียดหมดจดทีเดียว

๑๕. อรรถาธิบายพระพุทธวจนะ

[๒๗๒] ก็แหละ ในพระพุทธวจนะที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงโปรดภิกขุรูปนั้น มีอรรถาธิบาย ดังต่อไปนี้:-

มีเรื่องอยู่ว่า ภิกษุรูปนั้นได้กราบทูลอาราธนาพระผู้มีพระภาคให้ทรงแสดงธรรมโปรดอย่างนี้ว่า “ข้าแต่สมเด็จพระพุทธองค์ ข้าพระพุทธเจ้าฟังธรรมเทศนา ของพระผู้มีพระภาคบทใดแล้ว จะพึงเป็นผู้ปลิกตนออกจากหมู่อยู่แต่ลำพังผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร มีจิตมุ่งตรงไปยังพระนิพพาน ขอได้ทรงพระกรุณาโปรดแสดงพระธรรมเทศนาบทนั้นแต่โดยย่อโปรดข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด” ฉะนี้

โดยเหตุที่แม้เมื่อครั้งก่อน ภิกษุรูปนั้นฟังพระธรรมเทศนาแล้วก็มักวุ่นอยู่แต่ในวัดนั่นเองแหละ ไม่ปรารถนาที่จะหลีกออกไปบำเพ็ญสมณธรรม ฉะนั้นพระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสรากานเธอว่า “น่าครหาจริง ๆ เทียว ที่มีโมฆบุรุษบางจำพวกอยู่ในศาสนานี้เพียงแต่อาราธนาให้เราแสดงธรรมเท่านั้น แต่เมื่อเราแสดงธรรมโปรดแล้วก็ยังลำคัญอยู่ในอันที่จะติดลอยห้อยตามเราอยู่นั่นเอง”

และโดยเหตุที่ภิกษุรูปนี้นั้น เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัยแห่งพระอรหัต ฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเมื่อทรงโอวาทเธอซ้ำอีก จึงได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรด ซึ่งมีความว่า

“เพราะเหตุนี้แหละ ภิกษุ! เธอพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า จิตของเราจักไม่แลบออกไปรับอารมณ์ภายนอก จักดำรงอยู่ด้วยดีในอารมณ์กัมมัฏฐานภายใน อนึ่ง อกุศลธรรมอันลามกมีกามฉันทะเป็นต้น ที่ข่มไว้ไม่อยู่ เกิดขึ้นมาแล้ว”
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka