visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 593 | >>

เพราะผู้ที่ยังไม่คลายความกำหนัดในอารมณ์นั้น ย่อมไม่มีการก้าวล่วงสัญญา และเมื่อก้าวล่วงสัญญาทั้งหลายได้แล้ว ก็เป็นอันก้าวล่วงอารมณ์ได้ด้วย ฉะนั้นท่านจึงไม่กล่าวการก้าวล่วงอารมณ์ กล่าวการก้าวล่วงสัญญาทั้งหลายไว้ในวิภังค์อย่างนี้ว่า “ในสัญญาเหล่านั้น รูปสัญญา เป็นไฉน ? สัญญา คือความจำได้ ได้แก่ความหมายรู้แห่งพระโยคีผู้เข้าหรือผู้เข้าถึงรูปาวจรสมาบัติ หรือผู้อยู่เป็นสุขในธรรมที่ตนเห็นแล้วอันใด เหล่านี้เรียกว่ารูปสัญญา พระโยคีเป็นผู้ก้าวล่วงคือล่วงเลยได้แก่ข้ามพ้นรูปสัญญาเหล่านี้ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า เพราะก้าวล่วงรูปสัญญาทั้งหลายโดยประการทั้งปวง”

ก็เพราะสมาบัติเหล่านี้ พระโยคีพึงบรรลุด้วยการก้าวล่วงอารมณ์ หาใช่บรรลุในเพราะอารมณ์เพียงอย่างเดียวเหมือนปฐมฌานเป็นต้นไม่ ฉะนั้น อรรถวรรณนานี้นักศึกษาพึงทราบว่า ท่านกล่าวแล้วแม้ด้วยอำนาจการก้าวล่วงอารมณ์

เพราะดับปฏิฆสัญญา

[๒๗๘] คำว่า เพราะดับปฏิฆสัญญา อธิบายว่า สัญญาที่เกิดขึ้นเพราะวัตถุมีตาเป็นต้น และอารมณ์มีรูปเป็นต้นกระทบกัน ชื่อว่าปฏิฆสัญญา คำนี้เป็นชื่อแห่งรูปสัญญาเป็นต้น เหมือนดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า “ในสัญญาเหล่านั้น ปฏิฆสัญญาเป็นไฉน ? ความหมายรู้ในรูป ความหมายรู้ในเสียง ความหมายรู้ในกลิ่น ความหมายรู้ในรส ความหมายรู้ในการถูกต้อง เหล่านี้เรียกว่าปฏิฆสัญญา” เพราะดับ คือเพราะละ ได้แก่เพราะไม่ให้เกิดขึ้นแห่งปฏิฆสัญญาทั้ง ๑๐ ประการ คือ ฝ่ายกุศลวิบาก ๕ ประการ ฝ่ายอกุศลวิบาก ๕ ประการเหล่านั้น โดยประการทั้งปวง มีคำอธิบายว่า เพราะทำไม่ให้เป็นไป

ส่วนพระโยคีผู้เข้าปฐมฌานเป็นต้น ย่อมไม่มีสัญญาเหล่านี้แน่นอน ถึงอย่างนั้น ในสมัยนั้น จิตย่อมไม่เป็นไปด้วยอำนาจทวารทั้ง ๕ แม้เมื่อเป็นเช่นนั้น นักศึกษาพึงทราบการพูดถึงปฏิฆสัญญาเหล่านี้ไว้ในปฐมอรูปฌานกถานี้ ด้วยอำนาจการสรรเสริญฌานนี้ เพื่อต้องการให้เกิดอุตสาหะในฌานนี้ ดุจการพูดถึงสุขและทุกข์ที่ละได้แล้วในฌานอื่นไว้ในจตุตถฌาน และดุจการพูดถึงสังโยชน์มีสักกายทิฏฐิเป็นต้น ที่ละได้แล้วในมรรคอื่นไว้ในมรรคที่ ๓ ฉะนั้น

๑. อภิ.วิ. (ไทย) ๓๕/๖๐๒/๔๑๐
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka