ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
อีกนัยหนึ่ง ปฏิฆสัญญาเหล่านั้นไม่มีแก่พระโยคีผู้เข้ารูปาวจรฌานก็จริง แต่จะชื่อว่าไม่มีเพราะละได้เด็ดขาดก็หาไม่ เพราะว่าการเจริญรูปาวจรฌาน ไม่เป็นไปเพื่อการสำรอกรูป แต่การเป็นไปแห่งปฏิฆสัญญาเหล่านี้เกี่ยวข้องกับรูป ดังนั้น ภาวนานี้จึงเป็นไปเพื่อการสำรอกรูป เพราะเหตุนั้น จึงกล่าวได้ว่าละปฏิฆสัญญาเหล่านั้นได้ในฌานนี้ แต่ไม่ควรกล่าวอย่างเดียว แม้การทรงจำไว้อย่างนี้โดยส่วนหนึ่งเท่านั้นควรอยู่ จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่าในกาลก่อนแต่นี้ เพราะยังละปฏิฆสัญญาเหล่านั้นไม่ได้ พระโยคีผู้เข้าปฐมฌานจึงมีเสียงเป็นเสี้ยนหนาม แต่ในอรูปฌานนี้ พระองค์ตรัสความที่อรูปสมาบัติเป็นสภาวะที่ไม่หวั่นไหว และเป็นสภาวะที่พ้นอย่างสงบ เพราะละปฏิฆสัญญาได้อย่างเด็ดขาด ตัวอย่างเช่น ท่านอาฬารดาบสกาลามโคตร เข้ารูปสมาบัติ ไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงเกวียนประมาณ ๕๐๐ เล่มที่ผ่านเฉียดเลยไป
[๒๗๙] คำว่า เพราะไม่ใฝ่ใจนานัตตสัญญา อธิบายว่า สัญญาที่เป็นไปในอารมณ์ที่แตกต่างกันหรือสัญญาที่แตกต่างกัน ก็เพราะเหตุที่สัญญาเหล่านี้ท่านกล่าวจำแนกไว้ในวิภังค์ปกรณ์ อย่างนี้ว่า “บรรดาสัญญาเหล่านั้น นานัตตสัญญาเป็นไฉน ? สัญญาคือความจำ ได้แก่ ความหมายรู้แห่งพระโยคีผู้มิได้ฌาน ผู้พร้อมพรั่งด้วยมโนธาตุ หรือพร้อมด้วยมโนวิญญาณธาตุอันใด เหล่านี้เรียกว่า นานัตตสัญญา สัญญาที่สงเคราะห์ด้วยมโนธาตุและมโนวิญญาณธาตุของพระโยคีผู้มิได้เข้าฌาน เป็นไปในอารมณ์ที่แตกต่างกันคือมีสภาพแตกต่างกัน มีรูปและเสียงเป็นต้นเป็นประเภท ท่านประสงค์เอาในที่นี้ อนึ่ง เพราะเหตุที่สัญญา ๔๔ ประการอย่างนี้ คือ กามาวจรกุศลสัญญา ๘ อกุศลสัญญา ๑๒ กามาวจรกุศลวิบากสัญญา ๑๑ อกุศลวิบาก สัญญา ๒
๑ องฺ.ทสก. (ไทย) ๒๔/๗๒/๑๕๘
๒ อภิ.วิ. (ไทย) ๓๕/๒๒๖/๒๒๐
๓ ม.มู. (ไทย) ๑๒/๖๖/๕๘
๔ ที.ม. (ไทย) ๑๐/๑๙๒/๑๔๑
๕ อภิ.วิ. (ไทย) ๓๕/๖๐๔/๔๑๐