visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 597 | >>

[๒๘๒] บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า โดยประการทั้งปวงนี้ มีนัยดังที่กล่าวไว้แล้วนั่นเอง ส่วนในคำว่า ก้าวล่วงอากาสานัญจายตนะ นี้ มีอธิบายว่า ฌานตามนัยที่กล่าวไว้แล้วในนัยก่อนก็ดี อารมณ์ก็ดี ชื่อว่า อากาสานัญจายตนะ จริงอยู่ แม้อารมณ์ก็ชื่อว่าอากาสานัญจายตนะ ตามนัยก่อนนั้นแหละ และอารมณ์นั้น ชื่อว่า อายตนะ เพราะอรรถว่าเป็นที่ตั้งมั่น เพราะเป็นอารมณ์แห่งอรูปฌานที่ ๑ ดุจหนึ่งว่าที่อยู่แห่งพวกเทวดา ชื่อว่าเทวายตนะ ฉะนั้น เหตุนั้น อารมณ์นั้นจึงชื่อว่า อากาสานัญจายตนะ อนึ่ง อารมณ์นั้น ชื่อว่า อากาสานัญจะด้วย เป็นอายตนะด้วย เพราะอรรถว่าเป็นถิ่นเกิด เพราะเป็นเหตุแห่งการเกิดพร้อมแห่งฌานนั้น ดุจคำว่า “แคว้นกัมโพชา เป็นถิ่นเกิดแห่งม้าทั้งหลาย” เป็นต้น แม้เพราะเหตุนั้น ฌานนั้นจึงชื่อว่าอากาสานัญจายตนะ เพราะพระโยคีก้าวล่วงสภาวะทั้ง ๒ นี้ คือฌาน ๑ อารมณ์ ๑ โดยกระทำไม่ให้เป็นไป และโดยการไม่ใฝ่ใจอย่างนี้แล้ว พึงเข้าถึงวิญญาณัญจายตนฌานนี้อยู่ ฉะนั้น พึงทราบว่า ท่านรวมสภาวะทั้ง ๒ อย่าง แม้นั้นเป็นหมวดเดียวกันแล้วกล่าวคำนี้ว่า “ก้าวล่วงอากาสานัญจายตนะ” ดังนี้

คำว่า วิญญาณไม่มีที่สุด ได้แก่ วิญญาณที่แผ่เป็นไปอย่างนี้ว่า อากาศไม่มีที่สุดนั่นนั่นเอง อธิบายว่า เมื่อพระโยคีใฝ่ใจอย่างนี้ว่า “วิญญาณไม่มีที่สุด” หรือว่า วิญญาณไม่มีที่สุดด้วยอำนาจการใฝ่ใจ จริงอยู่ พระโยคีนั้นเมื่อจะใฝ่ใจวิญญาณนั้น ซึ่งมีอากาศเป็นอารมณ์โดยไม่มีส่วนเหลือ ย่อมใฝ่ใจว่า “ไม่มีที่สุด” แม้คำใดที่กล่าวไว้ในวิภังค์ปกรณ์ว่า พระโยคีใฝ่ใจอากาศที่วิญญาณถูกต้องนั้นนั่นเอง โดยบริกรรมว่า “วิญญาณไม่มีที่สุด” แผ่ไปไม่มีที่สุด เหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า วิญญาณไม่มีที่สุด ในวิภังค์ปกรณ์นั้น ศัพท์ว่า วิญญาณเนน พึงทราบว่าเป็นตติยาวิภัตติ ลงในอรรถแห่งทุติยาวิภัตติ จริงอยู่ พระอรรถกถาจารย์ทั้งหลายพรรณนาอรรถแห่ง วิญญาณเนน ศัพท์นั้นไว้อย่างนี้ มีอธิบายว่า แผ่ไปไม่มีที่สุด คือ ใฝ่ใจวิญญาณที่ถูกต้องอากาศนั่นนั่นแล

อนึ่ง พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า เข้าถึงวิญญาณัญจายตนะอยู่ต่อไป วิญญาณนั้นไม่มีที่สุด เหตุนั้น วิญญาณนั้น จึงชื่อว่า อนนฺตะ อนนฺตะนั้นแหละ คือ อานญฺจะ วิญญาณที่เป็นอานัญจะท่านไม่กล่าวว่าวิญญาณัญจะ กล่าวเสียว่า วิญญาณัญจะ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka