visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 598 | >>

เพราะว่า วิญญาณัญจะ เป็นศัพท์ที่ใช้กันดาษดื่น ในอธิการนี้ วิญญาณัญจะนั้น เป็นอายตนะแห่งฌานนั้น พร้อมทั้งสัมปยุตธรรม เพราะอรรถว่าเป็นที่ตั้งมั่น เหตุนั้น ฌานนั้นจึงชื่อว่า วิญญาณัญจายตนะ ดุจที่ท่านนักแห่งเทพทั้งหลาย ชื่อว่าเทวายตนะ คำที่เหลือเป็นเช่นเดียวกันกับคำอันมีในนัยก่อนนั้นแล

นี้เป็นถ้อยแถลงอย่างพิสดารในวิญญาณัญจายตนะกับมัชฌฐาน

๓. อากิญจัญญายตนกถา

[๒๘๓] ก็พระโยคีผู้ต้องการจะเจริญอากิญจัญญายตนสมาบัติ เป็นผู้ประพฤติตนจนชำนาญในวิญญาณัญจายตนสมาบัติ โดยอาการ ๕ อย่าง เห็นโทษในวิญญาณัญจายตนะว่า สมาบัตินี้มีอากาสานัญจายตนะเป็นข้าศึกอยู่ใกล้ และไม่สงบ เหมือนอากิญจัญญายตนะ จึงคลายนิยมในวิญญาณัญจายตนะนั้น ใส่ใจอากิญจัญญายตนะโดยความเป็นธรรมอันสงบแล้ว พึงใส่ใจความไม่มี ความว่างเปล่า คืออาการที่ว่างแห่งวิญญาณอันเป็นไปในอากาสานัญจายตนะ ซึ่งเป็นอารมณ์แห่งวิญญาณัญจายตนะนั้นนั่นแหละ พึงใฝ่ใจอย่างไร ? คือ ไม่พึงใฝ่ใจวิญญาณนั้น พึงใคร่ครวญ คือพึงใฝ่ใจ ได้แก่พึงพิจารณาบ่อย ๆ ว่า “ไม่มี ไม่มี” หรือว่า “ว่างเปล่า ว่างเปล่า” หรือว่า “ความว่าง ความว่าง” ได้แก่พึงกระทำให้เป็นสภาพอันความตรึกคร่ำมาแล้วและอันวิตกคร่ำมาได้

พระโยคีนั้นเมื่อปล่อยจิตให้ท่องเที่ยวไปในนิมิตนั้นอย่างนี้ นิวรณ์ทั้ง ๕ ย่อมสงบระงับไป สติย่อมดำรงอยู่ด้วยดี จิตย่อมตั้งมั่นด้วยอุปจารฌาน เธอย่อมหมั่นประกอบ หมั่นเจริญ หมั่นกระทำให้มากซึ่งนิมิตนั้น เมื่อเธอกระทำอยู่อย่างนี้ จิตที่ประกอบด้วยอากิญจัญญายตนะย่อมแน่นแฟ้นในความว่างเปล่า ความว่างและความไม่มีแห่งมงห์คคตวิญญาณนั่นนั่นแล ที่แผ่ไปในอากาศเป็นไป ดูวิญญาณัญจายตนะในมงห์คคตวิญญาณ ที่อากาศถูกต้องแล้ว ฉะนั้น ส่วนอัปปนายแม้ในฌานนี้ พึงทราบตามนัยที่ได้กล่าวไว้แล้วนั่นแหละ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka