visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 601 | >>

ฌานนี้ประณีตกว่า คือ เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน” แล้วคลายความนิยมในอากิญจัญญายตนะเสีย ใฝ่ใจเนวสัญญานาสัญญายตนะ โดยความเป็นสภาวธรรมที่สงบกว่า แล้วพึงน้อมนึกใส่ใจพิจารณาบ่อย ๆ ว่าอากิญจัญญายตนสมาบัตินั้นแล ทำความไม่มีให้เป็นอารมณ์เป็นไปแล้ว เป็นสภาวะที่สงบระงับ ได้แก่พึงกระทำให้เป็นสภาวะอันความตรึกและวิตกคร่ำมาแล้ว เธอเมื่อปล่อยใจให้ท่องเที่ยวไปในนิมิตนั้นบ่อย ๆ อย่างนี้ นิวรณ์ทั้งหลายย่อมสงบระงับ สติย่อมดำรงมั่นด้วยดี จิตย่อมมั่นคงด้วยอุปจารฌาน เธอนั้นปฏิบัติเจริญเพิ่มพูนิมิตนั้นอยู่บ่อย ๆ เมื่อเธอกระทำอยู่เช่นนี้ เนวสัญญานาสัญญายตนจิตย่อมแนบแน่นในขันธ์ทั้ง ๔ คือ อากิญจัญญายตนสมาบัติ ดูอากิญจัญญายตนะในความไปปราศแห่งวิญญาณ ส่วนอัปปนายในสมาบัตินี้พึงทราบความตามนัยที่ได้กล่าวไว้แล้วนั้นแล

ก็ด้วยอาการเพียงเท่านี้ พระโยคีนั้นท่านย่อมกล่าวว่า ล่วงเลยอากิญจัญญายตนฌาน โดยประการทั้งปวง เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานอยู่

[๒๘๖] คำว่าโดยประการทั้งปวงนี้ แม้ในฌานนี้ ก็มีนัยเหมือนกับที่กล่าวไว้แล้วแม้นคำว่า ล่วงเลยอากิญจัญญายตนะ อธิบายว่า ฌานก็ดี อารมณ์ก็ดี ชื่อว่า อากิญจัญญายตนะ ตามนัยที่กล่าวไว้แล้ว ณ เบื้องต้นแล จริงอยู่ แม้อารมณ์นั้นชื่อว่า อากิญจัญญะตามนัยแรกนั้นแล้วย่อม เป็นอายตนะโดยอรรถว่าเป็นที่ตั้งมั่น เพราะเป็นอารมณ์แห่งอรูปฌานที่ ๓ ดุจที่ท่านนักแห่งเทวดา ชื่อว่าเทวายตนะฉะนั้น ด้วยเหตุนั้น อารมณ์นั้นชื่อว่าอากิญจัญญายตนะ อนึ่ง อากิญจัญญะนั้นด้วย เป็นอายตนะด้วย อรรถว่าเป็นถิ่นเกิด เพราะเป็นเหตุเกิดต่อเกิดแห่งฌานนั้นนั่นเอง เหมือนคำเป็นต้นว่า “แคว้นกัมโพชา เป็นถิ่นเกิดแห่งม้าทั้งหลาย” ดังนี้ด้วย แม้เพราะเหตุนั้นฌานนั้นจึงชื่อว่าอากิญจัญญายตนะ พระโยคีก้าวล่วงแม้สภาวะทั้ง ๒ นี้ คือ ฌาน ๑ อารมณ์ ๑ ด้วยการกระทำไม่ให้เป็นไป และด้วยการไม่ใส่ใจอย่างนี้แล แล้วพึงเข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานนี้อยู่ เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า ท่านรวมสภาวะนี้แม้ทั้ง ๒ เข้าเป็นหมวดเดียวกัน แล้วจึงกล่าวคำนี้ว่า “ก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะ” ดังนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka