visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 602 | >>

ส่วนในคำว่า เนวสัญญานาสัญญายตนะนี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ ฌานนั้น ท่านเรียกว่า เนวสัญญานาสัญญายตนะ เพราะภาวะแห่งสัญญาใด สัญญานั้นย่อมมีแก่ผู้ปฏิบัติเช่นไร เพื่อจะแสดงข้อความนั้นก่อน ในวิภังค์ปกรณ์ท่านจึงยกคำว่า “เนวสัญญีนาสัญญี” ขึ้นไว้แล้วกล่าวว่า “พระโยคีใฝ่ใจอากิญจัญญายตนะนั้นนั่นแล โดยเป็นธรรมอันสงบอยู่ ย่อมเจริญสมาบัติมีสังขารที่เหลือเป็นอารมณ์ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า เนวสัญญีนาสัญญี” ดังนี้ บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า ใฝ่ใจโดยสงบ คือใฝ่ใจสมาบัตินั้นว่า “เป็นสมาบัติอันสงบแล้ว เพราะเป็นสมาบัติที่มีอารมณ์อันสงบแล้วอย่างนี้ว่า ก็ชื่อว่าสมาบัติอันใด กระทำแม้ความไม่มีให้เป็นอารมณ์ตั้งอยู่ สมาบัติอันนี้ เป็นสมาบัติที่สงบหนอ”

ถามว่า - ถ้าพระโยคีใฝ่ใจโดยความเป็นธรรมที่สงบอยู่ จะมีการก้าวล่วงอย่างไร ?

ตอบว่า - เพราะไม่ต้องการจะเข้า จริงอยู่ พระโยคีนั้นใฝ่ใจสมาบัตินั้น โดยเป็นธรรมอันสงบอยู่แม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่มีการขวนขวาย ไม่มีการนึกถึง ไม่มีการใฝ่ใจว่า “เราจักคำนึงถึง จักเข้า จักอภิฐาน จักออก จักพิจารณาสมาบัตินี้”

ถามว่า - เพราะเหตุไร ?

ตอบว่า - เพราะเนวสัญญานาสัญญายตนฌานสงบกว่า ประณีตกว่า กว่าอากิญจัญญายตนฌาน

เหมือนอย่างพระราชาประทับอยู่ที่คอช้างตัวประเสริฐ เสด็จพระราชดำเนินไปตามถนนในเมือง ด้วยอนุภาพแห่งพระราชาผู้ทรงความเป็นใหญ่ ทอดพระเนตรเห็นคนมีศิลปะทั้งหลาย มีช่างแกะสลักงาเป็นต้น นุ่งผ้าผืนหนึ่งอย่างทะมัดทะแมงแล้วใช้ผ้าอีกผืนหนึ่งโพกศีรษะ มีเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยผงแห่งงาเป็นต้น กระทำงานศิลปะต่าง ๆ หลายชนิด มีการแกะสลักงาเป็นต้น ย่อมพอพระทัยต่อความฉลาดแห่งช่างทั้งหลายเหล่านั้นอย่างนี้ว่า “น่าชมเชยหนอ อาจารย์ทั้งหลายเป็นผู้ฉลาดจักทำศิลปกรรมเช่นนี้ได้” แต่พระองค์หาทรงดำริเช่นนี้ไม่ว่า “ดีหนอเราควรสละราชสมบัติแล้วเป็นช่างเช่นนี้”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka