visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 604 | >>

อนึ่ง นักศึกษาพึงทราบว่าพระธรรมเทศนานี้ พระพุทธองค์ทรงยกสัญญาเป็นบทตั้ง นักปราชญ์พึงไขเนื้อความนี้ให้กระจ่างแจ้งด้วยอุปมาหลายอย่าง เริ่มต้นแต่อุปมาเหมือนน้ำมันทาบาตรเป็นต้น

เรื่องสามเณรใช้น้ำมันทาบาตร

เล่ากันต่อมาว่า สามเณรใช้น้ำมันทาบาตรแล้วตั้งเก็บไว้ ในเวลานั้นข้าวต้มพระเถระกล่าวกะสามเณรนั้นว่า “เธอจงนำบาตรมา” สามเณรเรียนท่านว่า “ในบาตรมีน้ำมันครับ” เมื่อพระเถระกล่าวว่า “นำน้ำมันมาเลิกสามเณร ฉันจะกรอกให้เต็มหลอดที่บรรจุน้ำมัน” ก็เรียนว่า “ไม่มีน้ำมันครับ” ในเรื่องนั้นพึงทราบอุปมาดังนี้ น้ำมันปรากฏว่ามีอยู่ เพราะมันอยู่ว่าใน โดยไม่เป็นประโยชน์ที่เหมาะสมกับข้าวต้ม แต่ปรากฏว่า ไม่มี ด้วยสามารถจะกรอกให้เต็มหลอดได้เป็นต้นฉันใด ถึงสัญญานั้นก็ฉันนั้น ชื่อว่ามีสัญญาก็ไม่ใช่ เพราะไม่สามารถทำหน้าที่สัญญาได้เต็มที่ ชื่อว่าไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ เพราะสัญญายังมีอยู่ โดยยังมีสังขารที่ละเอียดเหลืออยู่

ถามว่า - ในสมาบัตินี้ กิจแห่งสัญญาเป็นอย่างไร ?

ตอบว่า - ได้แก่ การหมายรู้อารมณ์ และการเข้าถึงภาวะแห่งอารมณ์แห่งวิปัสสนาแล้วให้เกิดความเบื่อหน่าย ก็สัญญานั้นไม่อาจทำแม้หน้าที่คือความหมายรู้ให้เต็มที่ได้ ดุจเตโชธาตุในน้ำร้อน ไม่สามารถทำกิจคือการเผาได้ คือไม่อาจเข้าถึงความเป็นอารมณ์แห่งวิปัสสนา แล้วกระทำให้เกิดความเบื่อหน่ายเหมือนสัญญาในสมาบัติที่เหลือได้ จริงอยู่ ภิกษุไม่ได้ทำการพิจารณาในขันธ์ทั้งหลายอื่น พิจารณาแต่เนวสัญญานาสัญญาขันธ์นี้เท่านั้น ชื่อว่า สามารถบรรลุความเบื่อหน่ายไม่มี ก็ท่านพระสารีบุตรเถระ โดยปกติเป็นนักวิปัสสนา เป็นผู้มีปัญญามาก พึงอาจบรรลุได้ ส่วนกุลบุตรอื่นที่มีปัญญามาก เช่นเดียวกับท่านพระสารีบุตรเถระ ก็พึงอาจบรรลุได้ แม้กุลบุตรนั้นก็พึงอาจกำหนดถือเอาได้ด้วยอำนาจการพิจารณารวมกันเท่านั้นอย่างนี้ว่า นัยว่า ธรรมเหล่านี้ไม่มีแล้วก็เกิดมีขึ้น ที่เกิดมีแล้วก็แปรปรวนไปอย่างนี้ แต่ไม่พึงอาจกำหนดถือเอาได้ ด้วยอำนาจการเห็นธรรมตามลำดับบท สมาบัตินี้ถึงความเป็นสภาพละเอียดอย่างนี้ บัณฑิตพึงไขเนื้อความนี้ให้เห็นแจ่มแจ้งแม้ด้วยการเปรียบเทียบกับน้ำในหนทาง เหมือนการเปรียบเทียบกับน้ำมันทาบาตรฉะนั้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka