ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
[๒๘๐] แม้เมื่อเป็นเช่นนี้:-
ในอรูปสมาบัตินี้ อรูปสมาบัติข้อหลัง ๆ เป็นคุณชาติที่ประณีตดีกว่า ในอรูปสมาบัติเหล่านั้นนักศึกษาพึงทราบอุปมาเหมือนพื้นปราสาทและผ้าสาฎก
ก็เหมือนอย่างปราสาท ๔ ชั้น ชั้นล่างปรากฏภาพคุณทั้งอันประณีต ด้วยสามารถการฟ้อนรำขับร้อง ประโคมดนตรี กลิ่นที่หอมตลบ พวงดอกไม้ อาหาร ที่นอน และเครื่องนุ่งห่มอันเป็นทิพย์เป็นต้น แต่ชั้นที่ ๒ ประณีตกว่าชั้นล่าง ชั้นที่ ๓ ประณีตกว่าชั้นที่ ๒ ชั้นที่ ๔ ประณีตกว่าทุกชั้น ถึงพื้นปราสาทเหล่านั้นในปราสาทนั้นทั้ง ๔ ชั้น ย่อมไม่แตกต่างกัน โดยเป็นพื้นปราสาททั้ง ๔ ชั้นก็จริง ถึงอย่างนั้น ชั้นบน ๆ ก็ประณีตกว่าชั้นล่าง ๆ โดยความพิเศษกว่ากันแห่งความสำเร็จแห่งกามคุณทั้ง ๕ ฉันใด
อีกอย่างหนึ่ง เหมือนกับหญิงคนหนึ่งใช้ด้ายที่หยาบ ละเอียด ละเอียดกว่า และละเอียดที่สุด ทอผ้าสาฎก ๔ ชั้น ๓ ชั้น ๒ ชั้น และชั้นเดียว มีประมาณเท่ากันทั้งส่วนยาวและส่วนกว้าง ผ้าสาฎกเหล่านั้นทั้ง ๔ ผืนมีประมาณเท่ากันทั้งส่วนยาวและส่วนกว้าง ไม่แตกต่างกันเลยโดยประมาณก็ดีจริง ถึงอย่างนั้น ผืนหลัง ๆ ก็ประณีตกว่าผืนแรก ๆ โดยความเป็นผ้ามีเนื้อละเอียด มีสัมผัสนุ่มนวล และมีราคาแพง ฉันใด แม้ในอรูปสมาบัติทั้ง ๔ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ถึงจะมีเพียงองค์ ๒ เหล่านี้ คือ อุเบกขา ๑ จิตเอกัคคตา ๑ ก็จริง ถึงอย่างนั้นนักศึกษาพึงทราบโดยความแตกต่างแห่งภาวนาว่า ในอรูปสมาบัตินี้ อรูปสมาบัติข้อหลัง ๆ ประณีตดีกว่า โดยที่องค์เหล่านั้นเป็นสภาวะประณีตและประณีตกว่านั้น ก็อรูปสมาบัติเหล่านี้ประณีตและประณีตกว่ากันโดยลำดับ ดังบรรยายมานี้
[๒๘๑] ชายคนหนึ่งโหนมณโฑปที่สกปรก อีกคนหนึ่งยืนเกาะชายผู้นั้น ชายอื่นอีกคนหนึ่งยืนอยู่ภายนอกไม่เกาะชายทั้ง ๒ นั้น แต่อีกชายอีกคนหนึ่งกลับยืนเกาะชายที่ยืนอยู่ภายนอกมณโฑปนั้น ถึงอรูปสมาบัติทั้ง ๔ บัณฑิตผู้มีปรีชาพึงทราบโดยความมีสภาพเสมอกันกับชายทั้ง ๔ คนเหล่านั้นตามลำดับ