ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
กับบรรดาอาหารซึ่งมีภัยอยู่ประจำอย่างนี้นั้น กวฬิงการาหารพึงแสดงโดยพระโอวาทอันเปรียบเหมือนเนื้อบุตร ผัสสาหารพึงแสดงโดยพระโอวาทอันเปรียบเหมือนโคไม่มีหนัง มโนสัญเจตนาหารพึงแสดงโดยพระโอวาทอันเปรียบเหมือนหลุมถ่านเพลิง วิญญาณาหารพึงแสดงโดยพระโอวาทอันเปรียบเหมือนหอกหลาว ๑๐๐ เล่ม
ก็ในบรรดาอาหารทั้ง ๔ เหล่านี้ กวฬิงการาหารอย่างเดียวซึ่งแยกเป็นชนิดได้แก่ อาหารที่ใช้บริโภค ใช้ดื่ม ใช้เคี้ยว และใช้ลิ้ม ท่านประสงค์เอาว่าอาหารในที่นี้
ความสำคัญหมาย ซึ่งเกิดขึ้นด้วยอำนาจการถือเอาอาการน่าเกลียดในอาหารนั้น ชื่อว่า อาหารปฏิกูลสัญญา
พระโยคีผู้ต้องการเจริญปฏิกูลสัญญาในอาหารนั้น ทั้งนี้จำต้องเรียนกัมมัฏฐานแม้บทเดียวไม่ให้คลาดเคลื่อนจากที่เรียนมา ไปในที่ลับเร้นอยู่ พึงพิจารณาความเป็นของปฏิกูลในกวฬิงการาหาร ซึ่งมีประเภทได้แก่อาหารที่ใช้บริโภค ใช้ดื่ม ใช้เคี้ยว และใช้ลิ้ม โดยอาการ ๑๐ อย่าง คืออย่างไร ? คือ
๑. โดยการไป
๒. โดยการแสวงหา
๓. โดยการบริโภค
๔. โดยที่อยู่
๕. โดยหมักหมม
๖. โดยยังไม่ย่อย
๗. โดยย่อยแล้ว
๘. โดยผล
๙. โดยหลั่งไหลออก
๑๐. โดยเปื้อน