visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 612 | >>

ก็ไม่ใช่พึงเป็นแต่เห็นเท่านั้น แม้กลิ่นของซากเหล่านั้นกระทบจมูกอยู่ อันเธอต้องจำอดกลั้น แต่นั้นเธอครั้นยืนที่ประตูบ้านต้องแลดูตรอกตามบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายช้างม้าที่ดุเป็นต้น

ของปฏิกูลซึ่งมีเครื่องลาดเป็นต้น มีซากศพเป็นอเนกเป็นที่สุดดังว่ามานี้ เป็นสิ่งที่พระโยคีจำต้องเหยียบ จำต้องเห็น จำต้องดม เพราะอาหารเป็นเหตุ เราพึงพิจารณาความเป็นของปฏิกูลโดยการไปอย่างนี้ว่า แน่ท่านผู้เจริญ อาหารน่าเกลียดแท้หนอ

๒. โดยการแสวงหา

[๒๘๖] จะพิจารณาความเป็นของน่ารังเกียจโดยการแสวงหาอย่างไร ? ก็เราแม้อดกลั้นสิ่งที่น่าเกลียดโดยการไปอย่างนี้แล้ว เข้าไปสู่บ้านแล้วห่มผ้าสังฆาฏิเที่ยวไปในถนนในบ้านโดยลำดับเรือนดุจคนกำพร้าเที่ยวไปฉะนั้น ที่ในฐานที่เหยียบลงแล้ว ๆ ในฤดูฝน เท้าทั้งหลายต้องจมลงไปในโคลนเลนจนถึงเนื้อปลีแข้ง ต้องเอามือหนึ่งถือบาตร เอามือหนึ่งยกจีวร ในฤดูร้อนก็จำต้องเที่ยวไปด้วยทั้งศีรษะอันเกลื่อนกล่นไปด้วยฝุ่นและละอองหญ้า ที่ฟุ้งขึ้นแล้วเพราะกำลังลมพัด ครั้นถึงประตูบ้านนั้น ๆ จำต้องเห็นและบางทีก็เหยียบหลุมโสโครกและบ่อน้ำครำ อันเจือปนด้วยน้ำล้างปลา น้ำล้างเนื้อ น้ำซาวข้าว น้ำลาย น้ำมูก มูลสุนัขและสุกรเป็นต้น เกลื่อนกล่นไปด้วยหมู่หนอนและแมลงวันหัวเขียว เป็นแดนซึ่งแมลงวันทั้งหลายเที่ยวบินขึ้นจับเกาะที่ผ้าสังฆาฏิบ้าง ที่บาตรบ้าง ที่ศีรษะบ้าง

แม้เมื่อพระโยคีเข้าไปสู่เรือนแล้ว บางพวกก็ถวาย บางพวกก็ไม่ถวาย แม้เมื่อถวาย บางพวกก็ถวายของค้างที่สุกแต่วานนี้บ้าง ของเคี้ยวที่เก่าบ้าง ขนมถั่วและแกงเป็นต้นที่บูดแล้วบ้าง ฝ่ายพวกที่ไม่ให้ บางพวกก็พูดว่า นิมนต์โปรดสัตว์ข้างหน้าเถิดเจ้าข้า บางพวกก็นิ่งเสียเป็นดุจไม่เห็น บางพวกก็ทำทีพูดกับคนอื่นเสีย บางพวกซ้ำด่าด้วยคำหยาบ เป็นต้นว่า “เฮ้ย ! ไอ้หัวโล้นจงไปเสีย” ถึงเป็นอย่างนี้พระโยคีจำต้องเที่ยวไปบิณฑบาตในบ้าน แล้วจึงออกมาดุจคนกำพร้า พระโยคีจำต้องเหยียบ จำต้องเห็น จำต้องอดกลั้น ซึ่งของปฏิกูลมีน้ำและโคลนตมเป็นต้นนี้ จำเดิมแต่เข้าไปสู่บ้านจนกระทั่งออก เพราะเหตุแห่งอาหารด้วยประการดังพรรณนามาจะนี้ เธอพึงพิจารณาความเป็นของปฏิกูลโดยการแสวงหาอย่างนี้ว่า “แน่ท่านผู้เจริญ อาหารน่าเกลียดแท้หนอ” ดังนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka