visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 614 | >>

อาศัยคือดีมาก อาหารนั้นน่าเกลียดยิ่งนัก ดุจเปื้อนด้วยน้ำมันมะซางชัน อาหารใดมีที่อาศัยคือเสลดมาก อาหารนั้นดุจระคนด้วยน้ำปากกะทิ้ง อาหารใดมีที่อาศัยคือหนองมาก อาหารนั้นดุจระคนด้วยเปรียงเน่า อาหารใดมีที่อาศัยคือโลหิตมาก อาหารนั้นน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนักดุจระคนด้วยน้ำย้อม พระโยคีพึงพิจารณาความเป็นของปฏิกูลโดยที่อาศัยอย่างพรรณนามาจะนี้

๕. โดยหมักหมม

[๒๘๙] จะพิจารณาความเป็นของปฏิกูลโดยหมักหมมอย่างไร ? คือพิจารณาว่า อาหารนั้นระคนด้วยที่อาศัย ในบรรดาที่อาศัยทั้ง ๔ เหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วเข้าไปสู่ภายในท้อง ไม่ใช่ไปหมักหมมอยู่ในภาชนะทองหรือในภาชนะแก้วมณี หรือภาชนะเงินเป็นต้น ก็หากคนมีอายุ ๑๐ ปี กลืนกิน ก็ย่อมตั้งอยู่ในโอกาสอันเช่นเดียวกับหลุมคูถที่ไม่ได้ชำระตลอด ๑๐ ปี ถ้าหากคนมีอายุ ๒๐ ปี ๓๐ ปี ๔๐ ปี ๕๐ ปี ๖๐ ปี ๗๐ ปี ๘๐ ปี ๙๐ ปี กลืนกิน ก็ย่อมตั้งอยู่ในโอกาสอันเป็นดุจหลุมคูถที่ไม่ได้ชำระตั้ง ๒๐-๓๐-๔๐-๕๐-๖๐-๗๐-๘๐-๙๐ ปี ถ้าหากคนมีอายุยัง ๑๐๐ ปี กลืนกิน ก็ย่อมตั้งอยู่ในโอกาสเช่นเดียวกับหลุมคูถซึ่งมิได้ชำระตั้ง ๑๐๐ ปี พระโยคีพึงพิจารณาความเป็นของปฏิกูลโดยความหมักหมม อย่างพรรณนามาจะนี้

๖. โดยยังไม่ย่อย

[๓๐๐] จะพิจารณาความเป็นของน่ารังเกียจโดยยังไม่ย่อยอย่างไร ? คือพิจารณาว่า ก็อาหารนี้นั้นเข้าถึงความหมักหมมในโอกาสเช่นนี้ยังไม่ย่อยตราบใด ที่กลืนกินในวันนั้นก็ดี ในวันวานก็ดี ในวันก่อนแต่วันนั้นก็ดี ทั้งหมดถูกแผ่นเสมหะห่อหุ้มเป็นอันเดียวกัน ปดเป็นฟองฟอด ซึ่งเกิดแต่ความย่อยยับ อันความร้อนแห่งไฟในภายในให้ย่อยแล้ว เข้าถึงความเป็นของน่าเกลียดอย่างยิ่ง แล้วตั้งอยู่ในประเทศที่มีมืดมิดอย่างยิ่งที่ถูกอบด้วยกลิ่นแห่งซากศพต่าง ๆ ดุจเที่ยวไปในป่าทึบน่ารังเกียจมีกลิ่นเหม็นยิ่งนัก ซึ่งมีประกาศดังกล่าวแล้วนั้นนั่นเทียวอยู่ตราบนั้น เปรียบดุจหญ้า ใบไม้ ท่อนเสื่อสำแพน ซากงู สุนัข และมนุษย์เป็นต้น ซึ่งตกลงในหลุมใกล้ประตูบ้านคนจัณฑาล อันฝนมิได้ชำระตกกรดแล้วในฤดูแล้ง ถูกความร้อนของดวงอาทิตย์แผดเผาเดือดเป็นฟองฟอดแล้วตั้งอยู่นะนั้น พระโยคีพึงพิจารณาความเป็นของปฏิกูลโดยยังไม่ย่อยอย่างนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka