visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 621 | >>

ชื่อว่า ลม ด้วยอำนาจกระพือพัด ที่ชื่อว่า ถึงความโบกพัด คือนับเข้าในจำพวกลมทั้งหลายตามนัยที่กล่าวแล้ว สิ่งนั้นได้แก่อะไร ? ได้แก่สิ่งที่มีลักษณะไหว ชื่อว่า ลมขึ้นเบื้องบน ได้แก่ลมที่ตีขึ้นข้างบนอันเป็นไปแล้วด้วยอำนาจการอาเจียนและสะอึกเป็นต้น ชื่อว่า ลมพัดลงเบื้องต่ำ ได้แก่ลมที่กดลงเบื้องต่ำที่นำอุจจาระและปัสสาวะเป็นต้นออกมา ชื่อว่า ลมอยู่ในท้อง คือลมภายในอกไส้ใหญ่ทั้งหลาย ชื่อว่า ลมในไส้ คือลมภายในในไส้ใหญ่ ชื่อว่า ลมแล่นไปตามร่างกาย คือลมที่เกิดเพราะการจดเข้า และเหยียดออกเป็นต้น ซึ่งซ่านไปสู่อวัยวะน้อยใหญ่ในสรีระทั้งสิ้นตามแนวแห่งข่ายคือเส้นเอ็น ชื่อว่า ลมอัสสาสะ คือลมในจมูกที่เข้าข้างใน ชื่อว่า ลมปัสสาสะ ได้แก่ลมในจมูกที่ออกข้างนอก และในลมเหล่านี้ ลม ๕ ชนิดตอนต้นมี ๔ สมุฏฐาน ลมอัสสาสะปัสสาสะ มีจิตเป็นสมุฏฐานอย่างเดียว ก็ด้วยบทว่า ก็หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งแม้อื่น ดังนี้ ในทุก ๆ แห่ง ท่านสงเคราะห์อาโปธาตุเป็นต้นเข้าในส่วนที่เหลือทั้งหลาย

ธาตุ ๔ เป็นอันท่านให้พิสดารด้วยอาการ ๔๒ คือ ปฐวีธาตุโดยอาการ ๒๐ อาโปธาตุโดยอาการ ๑๒ เตโชธาตุโดยอาการ ๔ วาโยธาตุโดยอาการ ๖ ดังพรรณนามาฉะนี้

การขยายความบาลีในอธิการนี้ เพียงเท่านี้ก่อน

วิธีเจริญกัมมัฏฐาน

[๓๐๘] ก็พึงทราบวินิจฉัยในนัยแห่งการเจริญในธาตุกัมมัฏฐานนี้ การกำหนดธาตุอย่างพิสดารอย่างนี้ว่า ผมเป็นปฐวีธาตุ ขนเป็นปฐวีธาตุ ดังนี้ ย่อมปรากฏโดยความเป็นของเนิ่นช้าแก่ภิกษุผู้มีปัญญาเฉาเฉียบแหลม แต่เมื่อผู้มีปัญญาเฉียบแหลมนั้นใฝ่ใจอยู่อย่างนี้ว่า สิ่งใดมีลักษณะแข้นแข็ง สิ่งนี้คือปฐวีธาตุ สิ่งใดมีลักษณะเอิบอาบ สิ่งนี้คืออาโปธาตุ สิ่งใดมีลักษณะให้อบอุ่น สิ่งนี้คือเตโชธาตุ สิ่งใดมีลักษณะไหว สิ่งนี้คือวาโยธาตุ ดังนี้ กัมมัฏฐานย่อมปรากฏ แต่ผู้มีปัญญาไม่เฉียบแหลมนัก ใฝ่ใจอยู่อย่างนี้ กัมมัฏฐานนี้ ย่อมมืดมัวไม่แจ่มแจ้ง เมื่อเธอใฝ่ใจโดยพิสดารตามนัยก่อนกัมมัฏฐานจึงจะปรากฏได้ชัด

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka