ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
เข้าอากิญจัญญายตนฌาน จากโอภาตกสิณเข้าเนวสัญญานาสัญญา-ยตนฌาน นี้ชื่อว่า องค์อารัมมณสังกัณฐิตะ คือ เลื่อนองค์และอารมณ์
ส่วนการกำหนดเฉพาะเพียงองค์ฌานเท่านั้นอย่างนี้คือ กำหนดปฐมฌานว่ามีองค์ ๕ แล้วกำหนดทุติยฌานว่ามีองค์ ๓ กำหนดตติยฌานว่ามีองค์ ๒ กำหนดจตุตถฌาน อากาสา-นัญจายตนฌาน ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ว่ามีองค์ ๒ เหมือนกัน ดังนี้ ชื่อว่า องค์ววัฏฐานะ คือ การกำหนดองค์ อนึ่ง การกำหนดเฉพาะเพียงอารมณ์เท่านั้นอย่างนี้คือ การกำหนดว่านี่เป็นปฐวีกสิณ นี่เป็นอาโปกสิณ ฯลฯ นี่เป็นโอภาตกสิณ ดังนี้ ชื่อว่า อารัมมณววัฏฐานะ คือ การกำหนดอารมณ์ อาจารย์พวกหนึ่งปรารถนาจะให้มีองค์อารัมมณววัฏฐานะนั้น ไม่ได้มีมาในอรรถกถาทั้งหลายเลย จึงไม่มีความสำคัญในทางการเจริญภาวนาเลยแล
[๓๖๗] ก็พระโยคาวจรผู้เริ่มทำการบำเพ็ญเพียร ยังไม่ได้ฝึกจิตด้วยอาการ ๑๔ อย่างเหล่านี้ ดังที่ได้บรรยายมานี้ ทั้งยังไม่เคยได้เจริญภาวนาในปางก่อน จักทำการแสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ให้สำเร็จได้ดังนั้น เป็นฐานะที่มิได้เลย จริงอยู่ การบริกรรมกสิณ จัดว่าเป็นงานที่หนักสำหรับพระโยคาวจรผู้เริ่มทำการบำเพ็ญเพียร หนึ่งในร้อยคนหรือว่าในพันคนเท่านั้นจึงจะสามารถทำได้ การจะทำนิมิตให้เกิดขึ้นก็จัดว่าเป็นงานที่หนักสำหรับพระโยคาวจรผู้ทำบริกรรมกสิณได้แล้ว หนึ่งในร้อยคนหรือว่าในพันคนเท่านั้นจึงจะสามารถทำได้ เมื่อนิมิตเกิดขึ้นแล้ว การจะขยายนิมิตนั้นไปจนถึงบรรลุอัปปนาได้ก็ดูจัดว่าเป็นงานที่หนัก หนึ่งในร้อยคนหรือว่าในพันคนเท่านั้นจึงจะสามารถทำได้ การฝึกฝนจิตโดยอาการ ๑๔ อย่าง จัดว่าเป็นงานที่หนักสำหรับพระโยคาวจรผู้ได้รับอัปปนาแล้ว หนึ่งในร้อยคนหรือว่าในพันคนเท่านั้นจึงจะสามารถทำได้ ชื่อว่าการแสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ก็จัดว่าเป็นงานที่หนัก สำหรับพระโยคาวจร แม้เป็นผู้มีจิตอันได้ฝึกฝนแล้วโดยอาการ ๑๔ อย่างก็ตามที หนึ่งในร้อยคนหรือว่าในพันคนเท่านั้นจึงจะสามารถทำได้
การจะเข้าฌานได้อย่างฉับพลันก็ตาม จัดว่าเป็นงานที่หนักสำหรับผู้แม้จะแสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ได้แล้วก็ตาม หนึ่งในร้อยคนหรือว่าในพันคนเท่านั้นจึงจะเข้าฌานได้อย่างฉับพลัน ตัวอย่างเช่น ในสมัยพุทธกาลวิหาร มีพระรักขิตเถระผู้ปลงสมบทได้ ๘ พรรษา นับว่าเป็นเอกในบรรดาภิกษุผู้มีฤทธิ์ประมาณ ๓๐,๐๐๐ รูป ที่พากันมาพยาบาลไข้พระมหาโรหณคุตตเถระ อานุภาพของพระรักขิตเถระนั้นได้กล่าวไว้แล้วในปฐวีกสิณนิเทศนั่นแล ก็พระเถระได้เห็นอานุภาพนั้นของพระรักขิตเถระนั้นแล้ว จึงกล่าวตักเตือนภิกษุทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลาย ถ้า