ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
บรรดาสัตว์ทั้งหมดนี้ การไปโดยอากาศเว้นขาดจากฌานและวิปัสสนา ของนกทุกจำพวกและของเทวดาทั้งหมด และของมนุษย์บางพวกผู้เกิดในต้นกัปก็เหมือนกัน อนึ่ง การไปโดยอากาศของวินิปาติกะสัตว์บางพวกเป็นต้นว่านางยักษิณีชื่อปิยังกรมารดา ชื่ออุตตรมารดา ชื่อปุสสมิตตา ชื่อธรรมคุตตาเป็นต้น ก็เช่นเดียวกัน ชื่อว่า กมมวิปากชาอิทธิ ฤทธิ์เกิดแต่ผลของกรรม
[๓๗๗] ก็การไปกลางหาวเป็นต้น ของพระเจ้าจักรพรรดิเป็นต้น ชื่อว่า ปุญญวโตอิทธิ ฤทธิ์ของผู้มีบุญ สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า ฤทธิ์ของผู้มีบุญเป็นไฉน? พระเจ้าจักรพรรดิพร้อมด้วยจตุรงคเสนา จนชั้นคนผูกม้าและคนผูกโค ก็ไปสู่กลางหาวได้ ฤทธิ์ของโชติภคหบดีผู้มีบุญ.... ฤทธิ์ของท่านชูฏิคคหบดีผู้มีบุญ.... ฤทธิ์ของท่านโสสกคหบดีผู้มีบุญ.... ฤทธิ์ของท่านเมณฑกคหบดีผู้มีบุญ.... ฤทธิ์ของผู้มีบุญมากทั้ง ๕ ท่าน ก็ไปสู่กลางหาวได้เหมือนกัน ก็ว่าโดยสังเขป คุณพิเศษซึ่งสำเร็จ ในเมื่อบุญสมภารถึงความแก่เต็มที่แล้ว ชื่อว่าฤทธิ์ของท่านผู้มีบุญ
ก็ในบรรดาผู้มีบุญเหล่านั้น สำหรับท่านโชติคคหบดี มีปราสาทแก้วมณีและต้นกัลปพฤกษ์ ๖๔ ต้น ชำแรกแผ่นดินขึ้นมาปรากฏ ดังนี้ชื่อว่าฤทธิ์ของผู้มีบุญสำหรับท่านโชติกะนั้น ภูเขาทองคำสูง ๘๐ ศอกเกิดขึ้นแล้วแก่ท่านชูฏิยะ นี้ชื่อว่าฤทธิ์ของผู้มีบุญสำหรับชูฏิคคหบดีนั้น ความไม่มีโรคของท่านโสสกะ แม้ในเมื่อถูกท่านเศรษฐีทำความพยายามเพื่อจะฆ่าในที่ทั้ง ๗ แห่ง นี้ชื่อว่าฤทธิ์ของท่านผู้มีบุญ การที่แพะทำด้วยแก้ว ๗ ประการ ปรากฏแก่ท่านเมณฑกะ ในที่นาเพียงแต่ไถได้รอยเดียว นี้ชื่อว่าฤทธิ์ของท่านผู้มีบุญ ธรรมดาว่าบุคคลผู้มีบุญมาก ๕ คน คือ เมณฑกเศรษฐี ๑ นางจันทปทุมาสีริภรรยาเศรษฐีนั้น ๑ นายธนัญชัยเศรษฐีบุตร ๑ นางสุมนเทวีภคิละใภ้ ๑ นายปุณณคนรับใช้ ๑ ในคนทั้ง ๕ นั้น ในเวลาที่เศรษฐีดำเกล้าแล้วแห่งมณฑอากาศ ฉาง ๑,๒๕๐ ฉางย่อมเต็มด้วยข้าวสาลีแดงจนตกจากอากาศ เมื่อภริยาถือข้าวสุกแม้เพียงทะนานหนึ่ง เลี้ยงชาวชมพูทวีปทั้งสิ้นวัตไม่ได้