ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
สิ้นไปเลย เมื่อบุตรถือถงบรรจุหาปละพันหนึ่ง ให้แม่เก่าชาวชมพูทวีปทั้งสิ้นอยู่ กหาปณะก็ไม่ได้หมดสิ้นไปเลย เมื่อลูกสะใภ้ถือข้าวเปลือกเพียงทะนานเดียวแจกให้แม่เก่าชาวชมพูทวีปทั้งสิ้น ข้าวเปลือกก็มิได้หมดสิ้นไปเลย เมื่อทาสเอาไถอันเดียวไถอยู่ เป็นรอยถึง ๑๔ รอยคือ ข้างนี้ ๗ รอย ข้างโน้น ๗ รอยฯ นี้ชื่อว่าฤทธิ์แห่งผู้มีบุญของชนเหล่านั้น
[๓๗๘] ก็การไปในกลางหาวเป็นต้น ของพวกวิชาธรเป็นต้น ชื่อว่า วิชชามยาอิทธิ ฤทธิ์สำเร็จด้วยวิทยา สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า ฤทธิ์ที่สำเร็จด้วยวิทยาเป็นไฉน? พวกวิชาธรร่ายวิทยาแล้วไปสู่เวหาส แสดงช้างในอากาศคันธวัชร์ก็ได้ ฯลฯ แสดงเป็นกองทัพให้เป็นหลายกองก็ได้
[๓๗๙] ส่วนว่า ความสำเร็จแห่งการงานนั้น ๆ ด้วยความเพียรพยายามที่ถูกต้องนั้น ๆ ชื่อว่าฤทธิ์ เพราะอรรถว่าสำเร็จแต่ปัจจัยคือความเพียรชอบในกิจนั้น ๆ สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า ชื่อว่าฤทธิ์ เพราะสำเร็จแต่ปัจจัยคือความเพียรพยายามชอบในคุณความดีนั้น ๆ เพราะอรรถคือการละกามฉันทะ สำเร็จได้ด้วยเนกขัมมะ ฯลฯ ชื่อว่าฤทธิ์เพราะอรรถว่าสำเร็จแต่ปัจจัยคือความเพียรพยายามชอบในคุณความดีนั้น ๆ เพราะอรรถคือการละกิเลสทุกอย่าง ย่อมสำเร็จได้ด้วยอรหัตมรรค ดังนี้
ก็พระบาลีในที่นี้เหมือนพระบาลีก่อนนั้นเอง แต่นามอีกก็มุ่งที่จะแสดงถึงความเพียรพยายาม ชอบคือข้อปฏิบัติที่แท้จริง แต่ในอรรถกถาที่เกี่ยวกับเรื่องฤทธิ์นี้ ท่านอธิบายไว้ว่า ศิลปกรรมบางอย่างเช่นการจัดขบวนเกวียนเป็นต้น เวชกรรมบางอย่าง การเล่าเรียนจนจบไตรเพท การเล่าเรียนจนจบพระไตรปิฎก โดยที่สุดคุณวิเศษที่เกิดขึ้นเพราะกรรม นั้น ๆ จนชั้นการไถและการหว่านเป็นต้น ก็ชื่อว่าฤทธิ์ เพราะอรรถว่าสำเร็จแต่ปัจจัยคือความเพียรพยายามชอบในกิจการงานนั้น ๆ