visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 671 | >>

ราคะเรียกชื่อว่าธุลี ไม่เรียกว่าละออง คำว่าธุลีนีเป็นชื่อของราคะ บัณฑิตละธุลีนี้แล้ว ท่านเหล่านั้นย่อมอยู่ในพระศาสนาของพระศาสดาผู้ปราศจากธุลี โทสะ ฯลฯ โมหะเรียกชื่อว่าธุลี แต่ไม่เรียกว่าละออง คำว่าธุลีนีเป็นชื่อของโมหะ บัณฑิตละโมหะขาดแล้ว ท่านเหล่านั้นย่อมอยู่ในพระศาสนาของพระศาสดาผู้ปราศจากธุลี

ในที่สุดแห่งพระคาถา พระจุลปันถกนั้นมีโลกุตตรธรรม ๙ ซึ่งมีปฏิสัมภิทา ๔ และอภิญญา ๖ เป็นบริวารอยู่ในเงื้อมมือแล ในวันที่ ๒ พระศาสดาได้เสด็จไปบ้านของหมอชีวกพร้อมด้วยยหมู่ภิกษุ ครั้งในที่สุดน้ำทักษิโณทก เมื่อจะถวายข้าวยาคู พระศาสดาทรงปิดบาตรด้วยพระหัตถ์ หมอชีวกจึงกราบทูลถามว่า “อะไรพระเจ้าข้า ?” ตรัสว่า “ในวิหารยังมีภิกษุอยู่ครูปหนึ่ง” หมอชีวกนั้นใช้คนใช้ไปว่า เจ้าจงไปนิมนต์พระผู้เป็นเจ้ามาโดยเร็ว แต่เมื่อพระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากพระวิหาร

พระจุลปันถกนิรมิตตนให้เป็นคนได้ตั้งพันคน นั่งในสวนมะม่วงอันร่มรื่น จนถึงเวลาเขามานิมนต์ ครั้นบรุษนั้นไปแล้ว เห็นอารามเหลืองเป็นอันเดียวกันด้วยผ้ากาสาวะ จึงรีบกลับมกราบทูลว่า “พระเจ้าข้า อารามเต็มไปด้วยหมู่ภิกษุ ข้าพระองค์ไม่ทราบว่ารูปไหนคือพระผู้เป็นเจ้าที่ว่านั้น” ครานั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสบอกแก่เธอว่า “ไปอีกครั้ง ครานเธอเห็นรูปใดก่อน จงจับรูปนั้นที่ชายจีวรแล้วบอกว่า ‘พระศาสดารับสั่งหาท่าน’ แล้วจงนำพามา” บุรุษนั้นไปแล้ว ได้จับที่ชายจีวรของพระเถระไว้ฉับมั่น ภิกษุที่เธอนิรมิตขึ้นทั้งหมดก็หายวับไปโดยฉับพลัน พระเถระจึงใช้ให้บุรุษนั้น ส่งหน้าไปก่อนว่า “ไปเดินซะท่าน” แล้วทำการชำระร่างกายมีล้างหน้าเป็นต้นเสร็จแล้ว ไปนั่งบนอาสนะที่เขาจัดเตรียมไว้เสียก่อน ที่ท่านกล่าวว่าตัวอย่างเช่นท่านพระจุลปันถก ก็มีความหมายดังกล่าวมานี้แล

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka