visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 672 | >>

ในบรรดาภิกษุเป็นจำนวนมากที่พระจุลปันถกนิรมิตขึ้นเหล่านั้น มีรูปร่างเช่นเดียวกับพระจุลปันถกผู้มีฤทธิ์ เพราะท่านนิรมิตขึ้นโดยไม่ได้กำหนดให้อาการต่างกัน ภิกษุมีฤทธิ์ ทำการยืนหรือนั่งเป็นต้นก็ดี ทำการพูดหรือนิ่งเป็นต้นก็ดีใด ๆ ภิกษุนิรมิตเหล่านั้นก็ทำกิริยานั้น ๆ เหมือนกัน ก็ถ้านิรมิตต้องการให้มีรูปร่างต่าง ๆ กัน คือบางพวกอยู่ในระดับปฐมวัย บางพวกอยู่ในระดับมัชฌิมวัย บางพวกอยู่ในระดับปัจฉิมวัย โดยนัยนั้นนิรมิตให้พวกหนึ่งมีผมยาว พวกหนึ่งมีศีรษะโล้นครึ่งหนึ่ง พวกหนึ่งมีศีรษะโล้น พวกหนึ่งมีผมหงอกประปราย พวกหนึ่งมีผิวสีแดงปนอยู่ครึ่งหนึ่ง พวกหนึ่งมีผิวสีเหลืองล้วน หรือนิรมิตให้พวกหนึ่งทำกิจวัตรเช่นสวดไปตามบทพระบาลี กล่าวอธิบายธรรม สวดคาถาด้วยทำนองสรภัญญ์ ถามปัญหา ตอบปัญหา เผาบาตร ย้อม เย็บและซักจีวร เป็นต้น หรือว่าจะเป็นผู้ประสงค์จะทำภิกษุนิรมิตให้มีกิริยาต่าง ๆ อย่างอื่นอีกก็ได้

ท่านผู้มีฤทธิ์นั้นออกจากฌานอันเป็นบาทแล้ว พึงทำบริกรรมโดยวิธีว่า ภิกษุประมาณเท่านี้จงเป็นคนรุ่นปฐมวัย แล้วเข้าฌานอีกออกแล้วจึงอธิษฐาน พร้อมกับจิตที่คิดอธิษฐาน ภิกษุที่เธอนิรมิตนั้นย่อมมีกิริยาอาการดังที่ปรารถนาทุก ๆ อย่างทันที ในคำว่าแม้มากคนก็แปลงเป็นคนเดียวได้ ก็นัยเหมือนกันนี้

ส่วนความที่แปลกกันออกไปมีดังต่อไปนี้ ภิกษุนิรมิตให้มากคนอย่างนี้แล้ว คิดเห็นว่า เราคนเดียวจักจงกรม จักทำการสวด จักถามปัญหาอีกหรือคิดว่า วิหารนี้มีภิกษุน้อย ถ้าหากทายกบางพวกจักมา จักเข้าใจตัวเราว่า ภิกษุเหมือนเป็นพิมพ์เดียวตั้งมากมายเช่นนี้จักมีแต่ที่ไหน นี้เป็นอานุภาพของพระเถระเจ้าเป็นแม่นมั่น หรือในระหว่างนั้น ต้องการจะเป็นคนคนเดียวก็ได้เพราะมีความปรารถนาอย่างยังนี้ จะต้องเข้าฌานเป็นบาท ออกแล้วจักต้องทำบริกรรมว่า เอก โหมิ เราจงเป็นคนคนเดียว ดังนี้ แล้วเข้าสมาบัติอีก ออกแล้วจึงอธิษฐานว่า เอก โหมิ เราจงเป็นคนคนเดียว พร้อมกับจิตที่คิดอธิษฐานนั้นแล เธอจะกลายเป็นคนคนเดียว แต่เมื่อไม่ทำอย่างนั้น จะกลายเป็นคนคนเดียวไปเองด้วยอำนาจกาลตามที่กำหนดไว้

[๓๘๗] ในบทว่า ทำให้แจ้ง ทำภายนอก ดังนี้ ความว่า ทำอวิภาพและทำติรภาพ ท่านหมายเอาฤทธิ์ทั้ง ๒ นี้และกล่าวไว้ในปฏิสัมภิทาว่า คำว่า อวิภาพ คือไม่มีอะไรกีดขวาง ไม่มีอะไรปิดบัง เปิดเผย ปรากฏชัด คำว่า ติรภาพ คือมีบางสิ่ง

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka