ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
อเวจีมหานรก แต่นั้นได้หงายพัดขึ้นเบื้องบน อากาศได้โปร่งเป็นอันเดียวกันตลอดถึงพรหมโลก พระเถระแสดงธรรมลำดับด้วยภัยในนรก ก่อให้หลงด้วยความสุขในสวรรค์คอยู่ บางพวกได้เป็นพระโสดาบัน บางพวกได้เป็นพระสกทาคามี บางพวกได้เป็นพระอนาคามี และบางพวกได้เป็นพระอรหันต์แล
[๓๘๙] ก็เหล่า พระโยคีผู้ต้องการทำติรภาพ ย่อมทำที่สว่างให้มืด หรือทำที่ไม่กำบังให้เป็นที่กำบัง ทำที่เป็นทางมิให้เป็นทาง ทำอย่างไร ? คือพระโยคีนี้ต้องการทำตนหรือผู้อื่นแม้มิอะไรบังหรือยืนอยู่ใกล้ ๆ กัน ก็มองไม่เห็นได้ โดยออกจากฌานที่เป็นบาทแล้วว่าพึงอยู่ว่า ที่สว่างนี้จงเป็นที่มืดเกิด หรือว่าที่ไม่กำบังนี้จงกลายเป็นที่กำบัง หรือว่าที่เป็นช่องทางนี้จงเป็นที่ที่คนมองไม่เห็นเกิด แล้วทำบริกรรมอธิษฐานตามเนื้อความที่ได้กล่าวแล้วนั้นแหละ พร้อมกับจิตที่อธิษฐานนั้น ก็จะกลายเป็นเหมือนอย่างที่อธิษฐานทุกประการโดยฉับพลัน ชนเหล่าอื่นแม้ยืนอยู่ใกล้ก็แลไม่เห็น ไม่ต้องการจะเห็นแม้ด้วยตนเองก็ไม่เห็น
[๓๙๐] ถามว่า - ก็ปาฏิหาริย์นี้ใครเคยทำมา ? ตอบว่า - พระผู้มีพระภาคพระองค์ทรงเคยทำมา จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคได้ทรงทำยัสกุลบุตรผู้ซึ่งนั่งในที่ใกล้แท้ ๆ มิให้บิดาพบเห็นได้ อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงทำการลูกรับแก่พระมหากัปปินะสิ้นหนทางระยะ ๑๒๐ โยชน์ ทำมหากัปปินะนั้นให้ตั้งอยู่ในอนาคตผล และทำอำมาตย์พันคนของท้าวเธอให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล พระนางอโนชาเทวี มีหญิงพันคนเป็นบริวารมาตามทางพระมหากัปปินะนั้น แม้นางนั่งอยู่ในที่ใกล้ พระองค์ยังทรงทำมิให้เห็นพระราชาพร้อมทั้งบริษัท เมื่อพระนางทูลถามว่า ข้าแต่มพระองค์ผู้เจริญ พระองค์ทรงเห็นพระราชาบ้างหรือ ? จึงตรัสว่า ก็ท่านจะแสวงหาพระราชาดีหรือ หรือว่าแสวงหาตนดีกว่า พระนางจึงกราบทูลว่า แสวงหาตนดีกว่าพระเจ้าข้า ดังนี้ จึงทรงแสดงธรรมเหมือนอย่างนั้นแก่พระนางอโนชาเทวี ผู้ประทับนั่งเรียบร้อยแล้วนั้น ให้พระนางนั้นรวมทั้งหญิงพันคนดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล ให้อำมาตย์ดำรงอยู่ในอนาคามิผล ให้พระราชาดำรงอยู่ในอรหัตผลแล
อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของพระมหินทเถระ ผู้เมื่อทำมิให้พระราชาเห็นชนที่เหลือซึ่งมากับตนในวันที่มาสู่เกาะลังกา ชื่อว่าทำปาฏิหาริย์ติรภาพนี้เหมือนกัน