visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 681 | >>

ให้เป็นแก้วมณี ทองคำ ภูเขา และต้นไม้ เป็นต้น อย่างไรก็ดี ตามที่ตนปรารถนา ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว น้ำที่อธิษฐานแล้วย่อมเป็นดังคืออธิษฐานและน้ำนั้นย่อมเป็นดินสำหรับผู้มีฤทธิ์เท่านั้น เป็นน้ำตามเดิมแก่คนที่เหลือ ปลา เต่า และสัตว์ที่เกิดในน้ำ เป็นต้น ย่อมอยู่อาศัยได้ตามสบาย ก็ถ้าท่านผู้มีฤทธิ์นี้ต้องการจะทำน้ำนั้นให้กลายเป็นดินสำหรับพวกมนุษย์อื่น ก็ย่อมทำได้เหมือนกัน แต่น้ำที่ถูกอธิษฐานให้เป็นดินนั้น จะกลายเป็นน้ำตามเดิมก็ต่อเมื่อพ้นจากเวลากำหนดอธิษฐานไว้แล้ว

[๓๙๕] คำว่า ก้าวไปด้วยบัลลังก์ คือ ไปได้ทั้งคู่บัลลังก์ ชื่อว่านกมีปีก คือ นกประกอบด้วยปีกทั้งหลาย ก็พระโยคีผู้มีความต้องการจะทำอย่างนี้ พึงเข้าปฐวีกสิณออกแล้ว ถ้าต้องการจะเป็นผู้นั่งไป ต้องกะที่ประมาณเท่าบัลลังก์ ทำบริกรรมแล้วจึงอธิษฐาน ตามนัยดังที่ได้กล่าวแล้วนั่นแล ถ้าต้องการจะเป็นผู้นอนไป ต้องกำหนดที่ประมาณเท่าเตียง ถ้าต้องการจะไปด้วยเท้า ต้องกำหนดที่ประมาณเท่าหนทาง กำหนดที่ตามเหมาะสมอย่างนี้แล้วจึงอธิษฐานว่า “ปฐวี โหตุ จงเป็นดินตามวิธีการที่กล่าวแล้วนั้นแล” พร้อมกับด้วยการอธิษฐาน อากาศนั้นย่อมกลายเป็นดินได้ทันที การคู้บัลลังก์เดินไปในอากาศได้นั้น มีพระบาลีดังต่อไปนี้ว่า ท่านผู้มีฤทธิ์ย่อมไปได้ด้วยบัลลังก์ในอากาศก็ได้ เหมือนอย่างนกมีปีก คือ ตามปกติผู้ได้ปฐวีกสิณสมาบัติ นึกให้เป็นอากาศ ครั้นนึกแล้วก็อธิษฐานด้วยญาณว่า “ปฐวี โหตุ จงเป็นแผ่นดิน” ดังนี้ ย่อมกลายเป็นแผ่นดินได้ในอากาศครั้นยังว่างนั้น ท่านผู้มีฤทธิ์นั้น จะเดินก็ได้ ยืนก็ได้ นั่งก็ได้ สำเร็จการนอนก็ได้ ตามปกติบนแผ่นดิน พวกมนุษย์ที่ไม่มีฤทธิ์ย่อมจงกรมได้ ฯลฯ สำเร็จการนอนก็ได้ ฉันใด ภิกษุผู้มีฤทธิ์ก็ชั้นมีความชำนาญทางใจย่อมเดินก็ได้ ฯลฯ สำเร็จการนอนก็ได้ เพราะอะไร ? เพราะในอากาศก็ว่างเหมือนกัน ฉันนั้น ภิกษุผู้ต้องการจะไปในอากาศ ต้องเป็นผู้ได้ทิพยจักษุด้วย เพราะอะไร เพราะจะได้เห็นภูเขา หรือต้นไม้เป็นต้นที่มีอยู่เป็นสมุฏฐาน หรือที่พวกนาคและสุบรรณเป็นต้นวิเศษนิมิตขึ้นในระหว่าง

ถามว่า - เห็นภูเขาเป็นต้นเหล่านั้นแล้ว พึงทำอย่างไร ?

ตอบว่า - ต้องเข้าฌานที่เป็นบาท ออกแล้วทำการบริกรรมอธิษฐานว่า “อากาโส โหตุ จงเป็นที่ว่าง” ดังนี้ แต่พระเถระกล่าวว่า อาวุโส การเข้าสมาบัติจะมี

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka