visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 682 | >>

ประโยชน์อะไร จิตของภิกษุนั้นมั่นคงอยู่แล้วมิใช่หรือ เพราะเหตุนั้น สถานที่ที่เธออธิษฐานว่า จงเป็นที่ว่าง ก็ต้องเป็นที่ว่างได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าท่านจะกล่าวไว้อย่างนี้ก็จริง แต่ก็พึงปฏิบัติตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในติโรกุฑฑปาฏิหาริย์ซ้ำอีกอนึ่ง ท่านผู้ไปได้ในอากาศนี้จะต้องได้ทิพยจักษุ ทั้งนี้ ก็เพื่อลงไปในอากาศอันเหมาะสม เพราะถ้าเธอลงไปในที่ไม่เหมาะสม จะเป็นท่าน้ำหรือประตูบ้านก็ตาม เธอก็จะปรากฏแก่มหาชน เพราะฉะนั้น เธอแลเห็นด้วยทิพยจักษุแล้ว เว้นจากที่อันไม่เหมาะสมเสีย ลงแต่ที่อันเหมาะสมเท่านั้นแล

ใช้มือคลำพระจันทร์และพระอาทิตย์

[๓๙๖] ในข้อว่า เอาฝ่ามือจับคลำพระจันทร์และพระอาทิตย์แม้เหล่านี้ อันมีฤทธิ์มากอย่างนี้ มีอานุภาพมากอย่างนี้ มีอธิบายว่า พึงทราบว่าพระจันทร์และพระอาทิตย์ ชื่อว่ามีฤทธิ์มาก เพราะโคจรไปข้างบนได้ ๔๒,๐๐๐ โยชน์ และชื่อว่ามีอานุภาพมาก เพราะทำแสงสว่างในขณะเดียวกันทั่วทั้ง ๓ ทวีป อีกนัยหนึ่ง พระจันทร์และพระอาทิตย์ชื่อว่ามีฤทธิ์มาก เพราะโคจรไปข้างบน และทำความสว่างไสวอย่างนี้ได้ และชื่อว่ามีอานุภาพมากเพราะว่าเป็นธรรมชาติที่มีฤทธิ์มากนั่นเอง คำว่า จับ คือจับต้องหรือถูกเฉพาะในที่ส่วนหนึ่ง คำว่า คลำ คือคลบคลำไปรอบ ๆ ดุจคลำพื้นแว่น (กระจก) ก็ฤทธิ์ชนิดนี้ย่อมเป็นผลสำเร็จแก่พระโยคีนี้ ก็ด้วยอำนาจฌานที่มีอธิฏฐานเป็นบาทอย่างเดียว สำหรับฤทธิ์ชนิดนี้ไม่ต้องมีการเข้ากสิณสมาบัติ สมดังที่ท่านพระสารีบุตรเถระกล่าวไว้ในเคมิยวิปฏิสัมภิทามรรคว่า คำว่า เอาฝ่ามือจับลูบคลำพระจันทร์ และพระอาทิตย์แม้เหล่านี้ อันมีฤทธิ์มากอย่างนี้ มีอานุภาพมากอย่างนี้ มีอธิบายว่า ท่านผู้มีฤทธิ์ในพระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีความชำนาญทางใจ นึกถึงพระจันทร์และพระอาทิตย์ ครั้นนึกแล้วจึงอธิษฐานด้วยญาณว่า “หตุปปาส โหนตุ จงอยู่ในอุ้งมือ” ดังนี้ พระจันทร์และพระอาทิตย์เหล่านั้น ย่อมอยู่ในอุ้งมือทีเดียว ท่านผู้นั้นจะนั่งหรือ นอนก็ตามย่อมเอามือจับต้องลูบคลำพระจันทร์และพระอาทิตย์ได้เสมอ ตามปกติพวกมนุษย์ผู้ไม่มีฤทธิ์ ย่อมจับต้องลูบคลำสิ่งของบางอย่างในอุ้งมือได้ ฉันใด ท่านผู้มีฤทธิ์นั้น ฯลฯ ก็ย่อมลูบคลำได้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka