ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ฉันนั้น ท่านผู้มีฤทธิ์นั้น ผิว้าต้องการจะเดินไปจับต้อง ก็เดินไปจับต้องได้ แม้ต้องการจะนั่งหรือนอนจับต้องก็อธิษฐานในที่นั้นนั่นแหละว่า จงอยู่ในอุ้งมือ ด้วยกำลังแห่งการอธิษฐาน พระจันทร์และพระอาทิตย์ก็จะเป็นดวงผลตาลที่หลุดร่วงจากขั้วมาตกอยู่ในอุ้งมือท่านผู้มีฤทธิ์ และท่านผู้มีฤทธิ์จะลูบคลำหรือจะยื่นมือไปลูบคลำก็ย่อมได้
ถามว่า - ก็เมื่อยื่นมือออกไป สิ่งที่มีใจครองยื่นไปหรือสิ่งที่ไม่มีใจครองยื่นไป?
ตอบว่า - สิ่งที่ไม่มีใจครองอาศัยสิ่งที่มีใจครองยื่นไป ในข้อนั้น ท่านพระปุณณเถระ ผู้ทรงพระไตรปิฎกกล่าวไว้ว่า “อาวุโส ก็สิ่งที่มีใจครองเป็นไปด้วยเล็กทั้งใหญ่ไม่มีมิใช่หรือ ? เมื่อใดภิกษุออกไปโดยช่องลูกตาเป็นต้น เมื่อนั้นสิ่งที่มีใจครองก็เป็นของเล็ก เมื่อใดภิกษุทำอัตภาพให้ใหญ่ เมื่อนั้นก็เป็นของใหญ่ได้ เช่น อัตภาพของพระมหาโมคคัลลานเถระมิใช่หรือ ?”
เล่าสืบกันมาว่า ในสมัยหนึ่ง ท่านอนาถบิณฑิกคหบดีฟังพระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคแล้วกราบทูลนิมนต์ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พรุ่งนี้ขอพระองค์พร้อมด้วยภิกษุ ๕๐๐ รูป จงรับภิกขาในเรือนของข้าพระองค์เถิด” แล้วทูลลากลับไป พระผู้มีพระภาครงรับแล้ว เวลากลางวันและเวลากลางคืนนั้นผ่านไป ในเวลาใกล้รุ่ง ทรงตรวจดูโลกธาตุหมื่นจักรวาล ลำดับนั้น พระยานาคชื่อว่า นันโทปนันทะ ได้ปรากฏในพระญาณของพระองค์ พระผู้มีพระภาคทรงรำพึงอยู่ว่า นาคราชนี้มาปรากฏในญาณของเรา อุปนิสัยของนาคราชนี้มีหรือไม่หนอ จึงทรงเห็นว่า นาคราชนี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย จึงทรงนึกต่อไปว่าใครหนอจะพึงปลดเปลื้องนาคราชนี้จากมิจฉาทิฏฐิได้จึงได้ทรงเห็นพระมหาโมคคัลลานเถระแล้ว แต่นั้น ครั้นเมื่ออรุณสว่าง ทรงทำการปฏิบัติธรรมแล้วตรัสเรียกท่านพระอานนท์มาทรงรับสั่งว่า “อานนท์ เธอจงบอกแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูปให้ทราบว่า “ตถาคตจะไปเที่ยวเทวโลก””
ก็ในวันนั้น พวกนาคผู้เป็นบริวารได้จัดสถานที่ดื่มสุราให้แก่นันโทปนันทนาคราช เธอมีเศวตฉัตรเป็นทิพย์ที่เขากั้นไว้บนบัลลังก์แก้วอันเป็นทิพย์ มีนักฟ้อน ๓ พวก